ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 3 มกราคม 2568
0:000:00
รายละเอียดตอน
1. กระหึ่มอีกครั้ง! กลุ่มนายจ้างและ NGO เรียกร้องยกเลิกข้อจำกัดระยะเวลาทำงานในไต้หวันไม่เกิน 12 ปี แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน
เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 เป็นวันผู้อพยพย้ายถิ่นฐานสากล (International Migrants Day) กลุ่มเคลื่อนไหวด้านแรงงานและ NGO ไปชุมนุมประท้วงหน้าที่ทำการกระทรวงแรงงาน เรียกร้องหยุดโครงการนำร่องผู้ดูแลและเป็นเพื่อนกับผู้ป่วยแบบหลากหลายบริการ อนุญาตให้แรงงานต่างชาติย้ายงานได้อย่างเสรี รัฐบาลจัดช่องทางหางานให้ผู้ต้องการย้ายงานและยกเลิกข้อห้ามแรงงานต่างชาติทำงานในไต้หวันรวมสะสมได้ไม่เกิน 12 ปี ด้านกระทรวงแรงงานได้ตอบข้อเรียกร้องในแต่ละข้อ ในส่วนของข้อเรียกร้องยกเลิกข้อห้ามระยะการทำงานในไต้หวันได้ไม่เกิน 12 ปี กระทรวงแรงงานตอบว่า ปัจจุบันมีโครงการแรงงานกึ่งฝีมือเข้ามาแทนที่ แต่กลุ่ม NGO แย้งว่า โครงการแรงงานกึ่งฝีมือมีเงื่อนไขและอุปสรรคมากมาย ไม่จูงใจนายจ้างยกระดับแรงงานต่างชาติทั่วไปของตนเป็นแรงงานกึ่งฝีมือและเป็นเหตุให้แรงงานต่างชาติที่มีทักษะฝีมือเดินทางไปทำงานประเทศอื่น
กลุ่ม NGO ไปชุมนุมประท้วงหน้าที่ทำการกระทรวงแรงงาน เรียกร้องหยุดโครงการนำร่องผู้ดูแลและเป็นเพื่อนกับผู้ป่วยแบบหลากหลายบริการ อนุญาตให้แรงงานต่างชาติย้ายงานได้อย่างเสรีและเรียกร้องยกเลิกข้อห้ามทำงานในไต้หวันเกิน 12 ปี (ภาพจาก CNA)
กลุ่ม NGO กล่าวว่า นายหงเซินฮั่น รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานคนใหม่ ขณะที่เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติ เคยแสดงจุดยืนสนับสนุนข้อเรียกร้องที่กล่าวมาทั้งหมด และรับว่าจะให้ความช่วยเหลือด้วยการประสานและผลักดันหน่วยงานรัฐบาลที่รับผิดชอบให้ดำเนินการตามข้อเรียกร้องประเด็นต่าง ๆ จึงเรียกร้องต้องรักษาคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ อย่าเปลี่ยนตำแหน่งอุดมการณ์ก็เปลี่ยนตามไปด้วย และจากการรายงานและตอบกระทู้ถามในสภานิติบัญญัติก่อนหน้าที่ในประเด็นเจ้าหน้าที่บริหารของกระทรวงแรงงานบูลลี่ผู้ใต้บังคับบัญชา จนถึงคดีอดีต รมว. กระทรวงแรงงานต้องสงสัยทุจริตและใช้เงินกองทุนคุ้มครองการทำงานของแรงงานผิดวัตถุประสงค์ ดูเหมือนจะตอบในลักษณะบ่ายเบี่ยงแบบน้ำไม่ให้ขุ่น บัวไม่ให้ช้ำ บทบาทที่เคยให้การสนับสนุนประเด็นด้านแรงงานลดน้อยลง
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)
กลุ่ม NGO เรียกร้อง 4 ข้อดังนี้ :
1. ประกาศรายชื่อกรรมการควบคุมดูแลกองทุนคุ้มครองแรงงานและรายจ่ายที่อนุมัติแต่ละรายการเป็นประจำ เพื่อป้องกันการใช้จ่ายผิดวัตถุประสงค์ เหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้น ในส่วนนี้ รมว. กระทรวงแรงงานตอบว่า มีการประกาศรายชื่อและรายการรับและรายการจ่ายอย่างละเอียดในเว็บกระทรวงแรงงานอยู่แล้ว
2. หยุดโครงการนำร่องผู้ดูแลและเป็นเพื่อนกับผู้ป่วยแบบหลากหลายบริการ เรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการจัดประชุมหารือข้ามกระทรวง เนื่องจากมีข้อบกพร่องหลายอย่างที่รัฐไม่ได้คำนึงถึง กลายเป็นโครงการที่เป็นคำขวัญ เช่นจะเปิดให้หน่วยงานการกุศลนำเข้าแรงงานต่างชาติเพื่อจัดส่งไปทำงานดูแลผู้ป่วยระยะสั้นหรือแบบรายชั่วโมง ไม่สามารถแก้ปัญหาความต้องการของครอบครัวผู้ป่วยได้ และยังทำให้แรงงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานในโครงการดังกล่าวไม่มีหลักประกันในสิทธิประโยชน์
กลุ่ม NGO เรียกร้องให้หยุดโครงการนำร่องผู้ดูแลและเป็นเพื่อนกับผู้ป่วยแบบหลากหลายบริการ กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการควรจัดประชุมหารือข้ามกระทรวงเกี่ยวกับข้อบกพร่องของโครงการนี้
3. รัฐบาลควรเปิดมีการย้ายนายจ้างได้อย่างเสรี จัดหาช่องทางในการสมัครงานกับนายจ้างที่ต้องการจะว่าจ้างโดยไม่ผ่านบริษัทจัดหางาน สามารถแก้ปัญหาการหลบหนีของแรงงานต่างชาติได้ส่วนหนึ่ง เนื่องจากทุกวันนี้ หากแรงงานต่างชาติไม่สามารถทำงานกับนายจ้างรายเดิมไม่ว่าจะมีแรงกดดันหรือได้รับการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องและสมควร หรือผู้อนุบาลที่ผู้ถูกดูแลเสียชีวิตลง จำเป็นต้องย้ายงาน ต้องจ่ายเงินค่าย้ายงานหรือค่าซื้อตำแหน่งงานให้แก่บริษัทจัดหางาน และนี่เป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้แรงงานต่างชาติหลบหนี และศูนย์จัดหางานของรัฐมีส่วนช่วยให้แรงงานต่างชาติหานายจ้างได้เองน้อยมาก ส่วนใหญ่ยังต้องผ่านช่องทางของบริษัทจัดหางานอยู่ดี
กลุ่ม NGO และแรงงานต่างชาติเคยเรียกร้องขอย้ายงานได้โดยเสรี ในภาพเป็นการชุมนุมประท้วงเมื่อ 16 ม.ค. 2565
4. ยกเลิกข้อห้ามในกฎหมายการจ้างงาน ซึ่งกำหนดให้แรงงานต่างชาติงานในไต้หวันรวมสะสม ไม่เกิน 12 ปีสำหรับแรงงานในภาคการผลิตและ 14 ปีสำหรับแรงงานในภาคสวัสดิการสังคม ในประเด็นนี้ มีผู้ประกอบการเรียกร้องมาตลอดว่า ทำไมต้องบังคับให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานกับตนซึ่งผ่านการฝึกฝน มีความชำนาญในหน้าที่การงาน รู้กฎระเบียบและคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมการทำงานของไต้หวัน ไม่สามารถอยู่ทำงานต่อไปได้ โดยให้นำเข้าแรงงานคนใหม่มาทดแทนเพื่อฝึกฝนต่อไป ไม่เพียงแต่จะเพิ่มต้นทุนด้านแรงงานเท่านั้น ยังส่งผลให้แรงงานที่มีทักษะเหล่านี้ต้องเดินทางไปทำงานที่ประเทศคู่แข่งอื่น ๆ ต่อไป เท่ากับว่า ไต้หวันเป็นแหล่งฝึกแรงงานต่างชาติให้ประเทศอื่น ในส่วนมุมมองของกลุ่ม NGO เห็นว่า ชาวต่างชาติที่เดินทางมาทำงานในไต้หวัน ไม่ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แรงงานกึ่งฝีมือและแรงงานต่างชาติทั่วไป ควรจะได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน ทำไมชาวต่างชาติที่ทำงานในตำแหน่งอื่น ๆ สามารถอยู่ทำงานในไต้หวันได้อย่างไม่จำกัด ขณะที่แรงงานต่างชาติทั่วไปถูกกีดกันและจำกัดระยะเวลาทำงาน จึงเสนอว่า แทนที่จะขยายระยะเวลาการทำงานครั้งละ 3 ปี ควรจะยกเลิกไปเลยเหมือนกับแรงงานในสถานะอื่น ๆ ไม่เพียงแต่สนองและตอบโจทย์ของผู้ประกอบการ ยังช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานและแหล่งที่มาของแรงงานต่างชาติลดน้อยลง นอกจากนี้ ยังจะลดปัญหาการหลบหนีของแรงงานต่างชาติได้ด้วย
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าต้าถาน เขตกวนอิน นครเถาหยวน....
ตอนอื่นในรายการนี้