ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569
0:000:00
รายละเอียดตอน
1. ไต้หวันผ่อนปรนเกณฑ์นำเข้าแม่บ้านต่างชาติ มีบุตรอายุต่ำกว่า 12 ปีเพียง 1 คนก็ยื่นขอได้ หวังลดภาระครอบครัว-กระตุ้นอัตราการเกิด เริ่ม 13 เมษายนนี้
กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศนโยบายใหม่เพื่อรับมือกับความท้าทายของสังคมยุคปัจจุบัน ซึ่งครอบครัวส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับแรงกดดันในการรักษาสมดุลระหว่างชีวิตการทำงาน การดูแลบ้านเรือน และการเลี้ยงดูบุตร โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กป่วยด้วยโรคหายากหรือมีพัฒนาการล่าช้าซึ่งต้องการการดูแลเป็นพิเศษ กระทรวงฯ จึงได้ปรับปรุงเกณฑ์การขออนุญาตจ้างแรงงานต่างชาติในตำแหน่งผู้ช่วยงานบ้านหรือแม่บ้านให้มีความยืดหยุ่นและเข้าถึงได้มากขึ้น โดยคาดว่านโยบายดังกล่าวจะส่งผลให้มีครัวเรือนที่มีสิทธิ์ยื่นคำขอเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1.44 ล้านครัวเรือน
กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศนโยบายใหม่ ผ่อนปรนเกณฑ์นำเข้าแม่บ้านต่างชาติ มีบุตรอายุต่ำกว่า 12 ปีเพียง 1 คนก็ยื่นขอได้ หวังลดภาระครอบครัว (ภาพจากกระทรวงแรงงาน)
มาตรการดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากสภาบริหารแล้ว โดยกระทรวงแรงงานได้รายงานในที่ประชุมเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ภายใต้หัวข้อ “เพิ่มผู้ช่วย ลดความเหนื่อยล้า-ผ่อนปรนเงื่อนไขการจ้างแม่บ้านต่างชาติ เพื่อช่วยลดภาระครอบครัว” และมีกำหนดเปิดรับคำขออย่างเร็วที่สุดในวันที่ 13 เมษายนนี้
หวงหลิงอวี้ อธิบดีกรมพัฒนากำลังแรงงาน ชี้แจงว่า ในปัจจุบันครอบครัวจำนวนมากต้องทำงานล่วงเวลา หรือมีภาระในการดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ซึ่งต้องอาศัยกำลังคนในการดูแลมาก กระทรวงฯ จึงปรับเกณฑ์ใหม่ โดยกำหนดให้ครอบครัวที่มีบุตรอายุต่ำกว่า 12 ปีเพียงหนึ่งคน มีสิทธิ์ยื่นขอจ้างผู้ช่วยงานบ้านต่างชาติได้หนึ่งอัตรา จากเดิมที่กำหนดให้ต้องมีบุตรอายุต่ำกว่า 6 ปีจำนวนสามคน หรือมีบุตรอายุต่ำกว่า 12 ปีอย่างน้อยสี่คน โดยในจำนวนนั้นต้องมีสองคนที่อายุต่ำกว่า 6 ปี เกณฑ์เดิมดังกล่าวจึงไม่สอดคล้องกับบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน
นโยบายดังกล่าวคาดจะส่งผลให้มีครัวเรือนที่มีสิทธิ์ยื่นคำขอเพิ่มขึ้นเป็น 1.44 ล้านครัวเรือน (ภาพจาก nextapple.com)
ทั้งนี้ นอกจากค่าจ้างที่เริ่มต้นที่ 20,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือนแล้ว นายจ้างยังมีหน้าที่ชำระเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อความมั่นคงในการทำงาน ซึ่งเป็นกองทุนที่ผู้นำเข้าแรงงานต่างชาติทุกรายต้องจ่าย เพื่อนำไปใช้ส่งเสริมการจ้างงานภายในประเทศ การพัฒนาทักษะอาชีพ และการบริหารจัดการแรงงานต่างชาติ โดยแบ่งอัตราการจ่ายออกเป็นสองระดับ ดังนี้ :
อัตราปกติ 5,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน สำหรับครอบครัวทั่วไปที่มีบุตรอายุต่ำกว่า 12 ปีหนึ่งคน
อัตราพิเศษ 2,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน สำหรับครอบครัวที่เข้าเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งต่อไปนี้
- มีเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีที่เป็นผู้ป่วยโรคหายาก ผู้พิการ เด็กในกลุ่มเปราะบาง หรือเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีที่มีพัฒนาการเชื่องช้า อย่างน้อย 1 คน
- มีเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีจำนวน 2 คน โดยในนั้นมี 1 คนที่อายุต่ำกว่า 6 ปี
- มีเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป
มาตรการผ่อนปรนเกณฑ์นำเข้าแม่บ้านต่างชาติ มีบุตรอายุต่ำกว่า 12 ปีเพียง 1 คนก็ยื่นขอได้ คาดจะช่วยบรรเทาภาระของครอบครัวของชาวไต้หวันได้ในระดับหนึ่ง (ภาพจาก udn.com)
สำหรับขั้นตอนการดำเนินการ จะเริ่มเปิดรับคำขอในวันที่ 13 เมษายน 2569 โดยผู้สนใจควรเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง อาทิ แบบฟอร์มคำขอ สำเนาทะเบียนบ้าน และเอกสารรับรองตามที่กำหนด เพื่อดำเนินขั้นตอนการประกาศรับสมัครงานภายในประเทศเป็นลำดับแรก และเมื่อได้รับหนังสือรับรองว่าไม่สามารถหาผู้ช่วยงานบ้านในประเทศได้แล้ว จึงจะสามารถยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ของกระทรวงแรงงานได้ ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955
กระทรวงแรงงานระบุว่า นโยบายดังกล่าวมุ่งเพิ่มทางเลือกให้แก่ครอบครัว นอกเหนือไปจากระบบสนับสนุนที่มีอยู่เดิม ขณะที่โฆษกสภาบริหารแถลงว่า รัฐบาลยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมระบบสนับสนุนครอบครัวในด้านการมีบุตร การเลี้ยงดู และการศึกษา เพื่อบรรเทาภาระของประชาชน ในระยะต่อไป กระทรวงแรงงานจะบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ เพื่อผลักดันมาตรการเสริมเพิ่มเติม เช่น การลดขั้นตอนการพิจารณาสำหรับครอบครัวที่มีความต้องการพิเศษ และการให้สิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือเป็นลำดับแรก
อย่างไรก็ตาม ภาคประชาสังคมมีมุมมองว่า แม้มาตรการนี้จะช่วยบรรเทาภาระของบางครอบครัวได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่อาจแก้ไขปัญหาวิกฤตอัตราการเกิดต่ำได้อย่างยั่งยืน โดยภายหลังการประกาศนโยบาย ได้เกิดกระแสถกเถียงในกลุ่มผู้ปกครองอย่างกว้างขวาง ฝ่ายที่สนับสนุนอ้างอิงประสบการณ์จากต่างประเทศที่การจ้างผู้ช่วยงานบ้าน ช่วยแบ่งเบาภาระด้านการดูแลบ้านและบุตรได้อย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่ฝ่ายที่มีข้อกังวลชี้ให้เห็นว่าค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้าง เงินสมทบกองทุน และค่าบริการจัดหางาน อาจสูงถึงไม่ต่ำกว่า 25,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน ซึ่งยังคงเป็นภาระที่ครอบครัวหลายรายต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน
2. เผยแรงงานเวียดนามในไต้หวันใช้ช่องทางโอนเงินนอกระบบสูงถึง 20-30% รุนแรงที่สุดในบรรดาแรงงาน 4 ชาติ ขณะที่ชาติอื่นสัดส่วนไม่ถึง 10%
ปัญหาการโอนเงินผ่านช่องทางผิดกฎหมายของแรงงานต่างชาติในไต้หวันกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง หลังถูกหยิบยกขึ้นหารือในการประชุมคณะกรรมาธิการการคลังของสภานิติบัญญัติ เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา โดยหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินยอมรับว่าปัญหาดังกล่าวยังคงมีความรุนแรงและจำเป็นต้องเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
นายเผิงจินหลง ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงิน (FSC) ย้ำชัดเจนว่า ธุรกิจรับโอนเงินเป็นกิจการที่อยู่ภายใต้ระบบการออกใบอนุญาตพิเศษ ผู้ที่ดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาตจะต้องเผชิญกับบทลงโทษอย่างรุนแรง ในระยะต่อไป ภาครัฐจะดำเนินการตามแนวทางหลักสองประการ ได้แก่ การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการปราบปราม....
ตอนอื่นในรายการนี้