ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 10 มกราคม 2568
0:000:00
รายละเอียดตอน
1. สภานิติบัญญัติไต้หวันผ่านกฎหมายอนุญาตให้ผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป ยื่นขอว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติได้โดยไม่ต้องผ่านการประเมินจากแพทย์
สภานิติบัญญัติของไต้หวันผ่านกฎหมายอนุญาตให้ผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป ไม่ต้องผ่านการประเมินความจำเป็นและไม่ต้องแนบใบรับรองสุขภาพจากแพทย์อีกต่อไป สามารถยื่นขอว่าจ้างแรงงานต่างชาติได้โดยตรง ต่อปัญหานี้ กระทรวงแรงงานแสดงความเสียใจและชี้ว่า จะส่งผลกระทบครอบครัวที่มีผู้ป่วยอาการหนัก ผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ป่วยที่ต้องให้อาหารทางหลอดยาง ว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติได้ยากยิ่งขึ้น เพราะผู้อนุบาลจะเลือกไปทำงานสบาย ๆ กับนายจ้างที่มีสุขภาพแข็งแรงกว่า
สส. พรรคฝ่ายค้านแสดงความยินดีที่สภาฯ ผ่านกฎหมายอนุญาตให้ผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป ยื่นขอว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติได้โดยไม่ต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ (ภาพจาก ctwant.com)
เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา สภานิติบัญญัติไต้หวันผ่านร่างกฎหมายการจ้างงาน ฉบับแก้ไขมาตรา 46 ยกเลิกข้อจำกัดในการว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติมาดูแลผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป และผู้สูงอายุ 70-79 ปีแต่ป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะที่ 2 ไม่ต้องผ่านการประเมินความจำเป็นจากคณะแพทย์และไม่ต้องแนบใบรับรองเป็นผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้จากดัชนีบาร์เธลเอดีแอล ไม่ว่าผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้น สุขภาพจะยังแข็งแรงหรือไม่ สามารถยื่นขอว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติได้โดยตรง ต่อสภาฯ ผ่านกฎหมายฉบับนี้ กระทรวงแรงงานกล่าวแสดงความเสียใจ เพราะจะส่งผลกระทบ 3 ข้อด้วยกัน ได้แก่ 1. แหล่งที่มาของผู้อนุบาลต่างชาติมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ 2. ครอบครัวที่มีผู้ป่วยอาการหนักหรือผู้ป่วยติดเตียงและมีฐานะยากจน จะยิ่งหาผู้อนุบาลได้ยากขึ้น 3. คุณภาพในการดูแลผู้ป่วยอาการหนักของผู้อนุบาลจะลดลง เพราะส่วนใหญ่อยากทำงานสบาย ต้องการไปทำงานกับนายจ้างที่แข็งแรงกว่า
ไต้หวันเข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด ความต้องการผู้อนุบาลต่างชาติเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายหงเซินฮั่น รมว. กระทรวงแรงงานกล่าวว่า ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2567 มีผู้อนุบาลต่างชาติทำงานอยู่ในไต้หวันจำนวน 227,000 คน ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นในสัดส่วนปีละประมาณ 10,000 คน เมื่อกฎหมายอนุญาตให้ผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป ไม่ว่าจะมีสุขภาพแข็งแรงหรือไม่ สามารถว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติได้ จะทำให้ผู้สูงอายุที่มีสุขภาพแข็งแรงซึ่งมีประมาณ 530,000 คน จากผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไปในไต้หวันทั้งหมด 910,000 คน สามารถว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติได้ หากคิดคำนวณจากอัตราส่วนประมาณ 30% ของผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไปและมีสุขภาพแข็งแรงมีแนวโน้มยื่นขอว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติ จะทำให้ความต้องการผู้อนุบาลจากปัจจุบันที่เพิ่มขึ้นปีละ 10,000 คน พุ่งสูงเป็น 160,000 คน ทำให้แหล่งที่มาของผู้อนุบาลต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันหายากอยู่แล้ว ประกอบกับมีคู่แข่งจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่ต้องการนำเข้าจำนวนมากเช่นกัน จะยิ่งทำให้นายจ้างไต้หวันประสบกับภาวะหาแหล่งที่มาของผู้อนุบาลต่างชาติยากยิ่งขึ้น
ผู้อนุบาลต่างชาติในไต้หวัน ส่วนใหญ่มาจากอินโดนีเซีย (ภาพจาก udn.com)
ทางด้านนายจ้างกลับมีความเห็นตรงกันข้าม จางเหิงเยี่ยน นายกสมาคมครอบครัวคนพิการและนายจ้างผู้อนุบาลนานาชาติกล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดี เพราะที่ผ่านมา การจะว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติมีข้อจำกัดมากมาย เพราะมีผู้สูงอายุจำนวนมากที่ป่วยเป็นโรคความจำเสื่อมและไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ยังไม่ถึงระดับคะแนนในดัชนีบาร์เธลเอดีแอลตามที่กระทรวงแรงงานกำหนด ไม่สามารถจะว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติได้ ลูกหลานซึ่งต้องทำงานบางรายต้องลาออกจากงานเพื่อมาดูแลผู้ป่วย แต่ส่วนใหญ่ยังต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ จึงต้องส่งผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยไปอยู่ยังศูนย์ฟื้นฟูและดูแลผู้ป่วยระยะยาว เมื่ออนุญาตให้ผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป ไม่จำเป็นต้องแนบใบรับรองการประเมินจากแพทย์ตามข้อกำหนดเดิม ลูกหลานสามารถทำงานต่อไปได้ โดยว่าจ้างผู้อนุบาลมาดูแลแทน นายกสมาคมครอบครัวคนพิการและนายจ้างผู้อนุบาลนานาชาติกล่าวเน้นว่า การที่สภานิติบัญญัติผ่านกฎหมายการจ้างงานฉบับแก้ไขดังกล่าว เป็นเพียงยกเลิกข้อกำหนดที่เข้มงวดเกินไป เป็นทางเลือกสำหรับการดูแลผู้สูงอายุของครอบครัวต่าง ๆ ซึ่งนายจ้างจะพิจารณาตามความจำเป็นของตนอยู่แล้ว เพราะต้องจ่ายค่าจ้าง ไม่ใช่ให้ใช้ฟรี ๆ ส่วนที่กล่าวว่า อาจทำให้ผู้อนุบาลไม่อยากจะดูแลผู้ป่วยอาการหนักอีกต่อไป เสนอว่า กระทรวงแรงงานและกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ สามารถพิจารณาให้เงินสนับสนุนแก่ครอบครัวที่มีผู้ป่วยอาการหนักและมีฐานะยากจน เพื่อให้จ่ายค่าจ้างผู้อนุบาลที่ต้องดูแลผู้ป่วยอาการหนักมากขึ้น ดึงดูดพวกเขาให้อยู่ทำงานต่อไป
เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ กระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับผู้อนุบาลอินโดนีเซียขณะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน (ภาพจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน)
ไม่เพียงแต่กลุ่มนายจ้างที่เห็นด้วย วงการแพทย์ก็เห็นด้วยกับการผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้เช่นกัน นายแพทย์ซูอี้ฟง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอดและโรคระบบการหายใจกล่าวว่า รัฐบาลไม่ควรจะผลักภาระให้แพทย์ต้องมาเป็นผู้ประเมินความจำเป็นของผู้สูงอายุในการว่าจ้างผู้อนุบาลอีกต่อไป เพราะนั่นไม่ใช่หน้าที่ตามปกติของแพทย์ แก้ปัญหาข้อพิพาทระหว่างแพทย์และนายจ้างจากความต้องการให้ออกใบรับรองได้ ขณะที่ชาวเน็ตส่วนใหญ่โพสต์ข้อความสนับสนุนว่า ผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้น หากมีความจำเป็นและมีเงินจ้างผู้อนุบาลต่างชาติ รัฐบาลไม่ควรเข้าไปแทรกแซงหรือตั้งเงื่อนไขจำกัดมากมาย
2. ผู้ใช้แรงงานในไต้หวันทำงานปีละ 2,020 ชม. มากสุดอันดับ 6 ของโลก มากกว่าญี่ปุ่น เกาหลีใต้ กลุ่มแรงงานเรียกร้องคืนวันหยุด 7 วัน จากปีละ 12 วันเป็น 19 วัน พรรคฝ่ายค้านเล็งแก้กฎหมายตามคำเรียกร้อง
จากข้อมูลของกระทรวงแรงงานพบว่า ปี 2567 ที่ผ่านมา ผู้ใช้แรงงานในไต้หวันมียอดจำนวนชั่วในการทำงานสูงถึง 2,020 ชั่วโมง มากกว่า 15 ชั่วโมงเมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มี 2,005 ชั่วโมง ถูกจัดมากเป็นอันดับ 6 ของประเทศสำคัญทั่วโลก 39 ประเทศ และเป็นอันสองของทวีปเอเชีย รองจากสิงคโปร์....
ตอนอื่นในรายการนี้