ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 17 มกราคม 2568
0:000:00
รายละเอียดตอน
1. ผลสำรวจค่าจ้างเฉลี่ยแรงงานต่างชาติปี 67 ภาคการผลิต 3.3 หมื่น/เดือน ผู้อนุบาล 2.4 หมื่น นายจ้างหนักใจเรื่องการสื่อสารและท่าทีการทำงานไม่ดีมากที่สุด
จากสถิติ ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวันมีจำนวน 817,228 คน แบ่งเป็นภาคการผลิต 568,548 คน ภาคสวัสดิการสังคม 248,680 คน เพื่อให้ทราบถึงสภาพการทำงาน รายได้และปัญหาอุปสรรคที่เกิดกับนายจ้างและแรงงานต่างชาติ กระทรวงแรงงานไต้หวันได้จัดทำการสำรวจสภาพการทำงานและการบริหารแรงงานต่างชาติเป็นประจำทุกปี เพื่อนำผลที่ได้ไปวิเคราะห์ ปรับปรุงแก้ไขต่อไป ล่าสุด กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศผลการสำรวจในปี 2567 พบว่า แรงงานต่างชาติในภาคการผลิต มีค่าจ้างประจำเฉลี่ยเดือนละ 33,000 เหรียญไต้หวัน เทียบกับปี 2566 เพิ่มขึ้นประมาณ 2,000 เหรียญต่อเดือน ส่วนรายได้ที่ไม่ใช่เป็นค่าจ้างประจำ ประกอบด้วยเงินโบนัส เงินเพิ่มตามเทศกาลและเงินรางวัลจากการทำงาน ตลอดปีเฉลี่ย 15,000 เหรียญ ในส่วนของผู้อนุบาลต่างชาติในครัวเรือน มีรายได้โดยเฉลี่ยเดือนละ 24,000 เหรียญไต้หวันเพิ่มขึ้น 2,000 เหรียญ
เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานประจำสนามบินเถาหยวน พาแรงงานไทยออกมาจากด่านตรวจคนเข้าเมือง (ภาพจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน)
รายงานการสำรวจสภาพการทำงานและการบริหารแรงงานต่างชาติฉบับล่าสุด ซึ่งทำการสำรวจเมื่อเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2567 มีนายจ้างที่ให้ความร่วมมือตอบแบบสำรวจ 8,554 ชุด เป็นนายจ้างภาคการผลิต 4,538 ชุด นายจ้างผู้อนุบาลในครัวเรือน 4,016 ชุด รายงานการสำรวจพบว่า ปัญหาที่ทำให้นายจ้างไม่สบายใจมากที่สุด ยังคงเป็นการสื่อสารไม่เข้าใจ ตามมาด้วยท่าทีในการทำงานไม่ดีและไม่ตั้งใจทำงาน
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าในไทเป
ผลการสำรวจด้านเงินค่าจ้างปรากฏว่า ค่าจ้างประจำของแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต เฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 29,000 เหรียญไต้หวัน เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 เพิ่มขึ้นประมาณ 5.3% หรือเพิ่มขึ้น 1,500 เหรียญ สาเหตุหลักที่เพิ่มขึ้นมาจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ส่วนค่าโอทีเฉลี่ยประมาณ 5,000 เหรียญไต้หวัน รวมค่าจ้างประจำและค่าโอที เฉลี่ยอยู่ที่ 33,000 เหรียญ เทียบกับปี 2566 เพิ่มขึ้น 2,000 นอกจากนี้ ยังมีรายได้ที่ไม่ใช่เป็นค่าจ้างประจำอีกปีละประมาณ 15,000 เหรียญ ด้านเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติภาคการผลิตในเดือนที่สำรวจคือมิถุนายน 179.1 ชั่วโมง ลดลงกว่าปีก่อน 13.3 ชั่วโมง ในจำนวนนี้ เป็นชั่วโมงทำงานปกติ 152.2 ชั่วโมง ลดลงกว่าปีก่อน 15.2 ชั่วโมง ส่วนชั่วโมงทำงานล่วงเวลาหรือโอทีเฉลี่ยเดือนละ 26.9 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน 1.9 ชั่วโมง
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างสะพานจินเหมิน (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจินเหมิน)
สำหรับผู้อนุบาลในครัวเรือน ซึ่งไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ได้รับค่าจ้างเฉลี่ย 24,000 เหรียญ ในจำนวนนี้เป็นค่าจ้างประจำเฉลี่ย 21,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน 1,000 เหรียญ หรือเพิ่มขึ้นในอัตราส่วน 5.3% ค่าทำงานล่วงเวลาหรือโอที 3,000 เหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 1,000 เหรียญ ผู้อนุบาล 57% มีวันหยุดประจำทุกเดือน ส่วนใหญ่หรือ 36% ได้รับวันหยุดเดือนละ 1 วัน 13% มีวันหยุดเดือนละ 2-3 วัน ทั้งนี้ ตามสัญญาจ้าง ผู้อนุบาลมีวันหยุดสัปดาห์ละ 1 วัน ผลการสำรวจพบว่า กรณีที่ไม่ได้หยุดพักผ่อน นายจ้างมีการจ่ายค่าโอทีให้ทั้งหมด สำหรับชั่วโมงทำงานในแต่ละวันของผู้อนุบาลในครัวเรือนเฉลี่ยยังคงสูงถึง 10.3 ชั่วโมง
ค่าจ้างเฉลี่ยของผู้อนุบาลในครัวเรือนปี 2567 เพิ่มเป็น 24,000 เหรียญต่อเดือน
ด้านปัญหาและอุปสรรคของนายจ้างในการบริหารแรงงานต่างชาติ นายจ้างภาคการผลิต ประสบปัญหา 39.7% ในจำนวนนี้ร้อยละ 27.6 บอกว่าการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน เป็นปัญหาหนักอกมากที่สุด รองลงมาเป็นปัญหาไม่ให้ความร่วมมือ 14.2% ตามด้วยท่าทีการทำงานที่ไม่ดีหรือไม่มีวินัยในการทำงาน ทำงานโดยไม่ตั้งใจและหลบหนี แต่ละปัญหาครองสัดส่วนกว่าร้อยละ 10 ส่วนนายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาลประสบปัญหาร้อยละ 34.7% ในจำนวนนี้ ปัญหาที่สร้างความหนักใจมากที่สุดได้แก่ สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง 23.8% มัวแต่พูดคุยทางโทรศัพท์ เล่นมือถือ 9.9% และท่าทีการทำงานที่ไม่ดี 8.6% ไม่ให้ความร่วมมือในการทำงาน 8%
ค่าจ้างเฉลี่ยของผู้อนุบาลในครัวเรือนปี 2567 เพิ่มเป็น 24,000 เหรียญต่อเดือน
2. จับ 5 แรงงานเวียดนามรับจ๊อบเสริม รับพัสดุจากไทยหลายล็อต ซุกยาไว้ในกระป๋องลำไยอบแห้งแบรนด์ดังน้ำหนักร่วม 6 กก.
นอกจากจ้างคนไทยปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยวขนยาเสพติดหรือช่วยรับพัสดุแล้ว แก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติยังพุ่งเป้าไปยังแรงงานเวียดนามในไต้หวัน ว่าจ้างเป็นผู้รับพัสดุที่ซุกซ่อนยาเสพติดจากประเทศไทย ปี 2567 ที่ผ่านมา ถูกตรวจพบและจับกุมไปแล้วหลายครั้ง ล่าสุด จับแรงงานเวียดนาม 5 ราย รับจ้างเป็นคนรับพัสดุจากประเทศไทยซึ่งซุกกัญชาไว้ในกระป๋องลำไยอบแห้งหลายครั้ง 1 ในผู้ต้องหายังแอบปลูกกัญชา 26 ต้นในป่าที่เมืองจางฮั่ว
จับ 5 แรงงานเวียดนามนำเข้ากัญชาจากไทยผ่านทางพัสดุไปรษณีย์ ซุกในลำไยอบแห้งกระป๋องยี่ห้อดังของไทย (ภาพจากกองบัญชาการตำรวจท่าอากาศยาน)
กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมจัดแถลงข่าวเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2568 ระบุว่า แก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ อาศัยประเทศไทยปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษเมื่อกลางปี 2565 ส่งผลให้มีการปลูก บริโภคกัญชาในประเทศไทยได้โดยไม่ผิดกฎหมาย แต่ในไต้หวันยังคงจัดให้กัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ระดับเดียวกับยาไอซ์และแอมเฟตามีน ความแตกต่างทางด้านกฎหมายข้างต้น ส่งผลให้แก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติสบช่องลักลอบส่งยาเสพติดเข้าไต้หวันอย่างต่อเนื่อง โดยว่าจ้างแรงงานเวียดนามเป็นผู้รับพัสดุที่ซุกซ่อนกัญชาไว้ภายในซึ่งส่งมาจากประเทศไทย
ของกลางที่ยึดได้ (ภาพจากกองบัญชาการตำรวจท่าอากาศยาน)....
ตอนอื่นในรายการนี้