แรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2568

จากรายการ แรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่
0:000:00
ดาวน์โหลดบน App Store (iPhone) ดาวน์โหลดบน Google Play (Android)
รายละเอียดตอน
1. ทลายแก๊งนายหน้าเถื่อน จัดส่ง 11 ผู้อนุบาลผิดกฎหมายไปดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาล เก็บค่าหัวคิวคนละ 800 เหรียญต่อวัน แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องกว่า 90,000 คนแล้ว ในจำนวนนี้ ผู้อนุบาลหลบหนีกว่า 30,000 คน หรือ 1 ใน 3 ของแรงงานต่างชาติหลบหนีทั้งหมด และมากเป็นอันดับ 2 รองจากแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ มักเป็นแหล่งหลบหนีไปทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาลดูแลคนป่วยอย่างผิดกฎหมายแหล่งใหญ่ ที่นิวไทเป ขณะที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตรวจตราความเรียบร้อยในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พบผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายหนึ่ง กำลังดูแลผู้ป่วยโดยส่ออาการพิรุธ จากการตรวจสอบพบเป็นแรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมาย โดยบริษัทที่จ้างเหมาบริการดูแลคนป่วยในโรงพยาบาล ทำหน้าที่เป็นนายหน้าเถื่อน จัดหา 11 ผู้อนุบาลชาติเดียวกันไปดูแลคนป่วย โดยเก็บค่าบริการจัดหางานเป็นรายวันคนละ 800 เหรียญ คาดมีรายได้จากการจัดเก็บค่าหัวคิวไม่ต่ำกว่า 3,000,000 เหรียญไต้หวันต่อปี ตำรวจจับกุมผู้อนุบาลผิดกฎหมายกลุ่มนี้พร้อมผู้บริหารระดับหัวหน้าและผู้จัดการของบริษัทจัดหางานที่เป็นนายหน้าเถื่อนรายนี้ ส่งดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงาน ตำรวจนิวไทเป ตรวจเข้มตามโรงพยาบาลต่าง ๆ เนื่องจากเป็นที่หลบซ่อนทำงานของแรงงานผิดกฎหมาย (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง) ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนครนิวไทเป แถลงเมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมาว่า ขณะที่จัดกำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจตราความเรียบร้อยในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่นครนิวไทเป พบผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายหนึ่งกำลังดูแลผู้ป่วย ตำรวจเห็นผู้อนุบาลรายนี้มีอาการพิรุธเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงเข้าไปสอบถามและขอดูบัตร ARC พบเป็นแรงงานหลบหนีนายจ้าง จากการขยายผลการตรวจสอบพบมีบริษัทจ้างเหมาบริการจัดหาผู้อนุบาลมาดูแลคนป่วยของโรงพยาบาล ร่วมมือกับนายหน้าจัดหางาน แอบจัดให้แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่ไม่มีทักษะในการดูแลผู้ป่วยปะปนเข้าทำงาน โดยที่ผู้ป่วยและนายจ้างไม่รู้ว่าเป็นแรงงานผิดกฎหมาย นอกจากจับกุมผู้อนุบาลรายนี้และผู้บริหารระดับหัวหน้าและผู้จัดการของบริษัทจ้างเหมาบริการดังกล่าวแล้ว ยังตามไปจับกุมผู้อนุบาลอินโดนีเซียผิดกฎหมายอีก 10 คน ที่หอพักหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นบ้านร้างในป่าของเขตพื้นที่ตั้นสุ่ยในนครนิวไทเป ตำรวจลงโทษปรับผู้อนุบาลผิดกฎหมายเหล่านี้ ตามระยะเวลาที่หลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย จากนั้นเตรียมส่งกลับประเทศ ส่วนผู้บริหารบริษัทจ้างเหมาบริการที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้าเถื่อน ถูกดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงาน ซึ่งมีโทษปรับ 500,000 เหรียญไต้หวันและมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ผู้อนุบาลอินโดนีเซียถูกจับในหอพัก หลังตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนิวไทเปตรวจเข้มตามโรงพยาบาลต่าง ๆ จับ 11 ผู้อนุบาลอินโดนีเซียฐานทำงานอย่างผิดกฎหมาย (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง) โรงพยาบาลและศูนย์ดูแลและฟื้นฟูผู้ป่วยและผู้สูงอายุ เนื่องจากต้องจ้างผู้อนุบาลดูแลคนป่วย หากเป็นผู้อนุบาลในไต้หวัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จากจีนแผ่นดินใหญ่ที่มาแต่งงานตั้งรกรากในไต้หวันและผ่านการฝึกอบรมทักษะการดูแลผู้ป่วยมีประกาศนียบัตร อัตราค่าจ้างจะอยู่ที่วันละ 2,600-3,500 เหรียญต่อวัน ขณะที่ผู้อนุบาลผิดกฎหมายค่าจ้างจะอยู่ที่วันละ 1,600-2,000 เหรียญ ทำให้สถานที่ดูแลและฟื้นฟูผู้ป่วยและผู้สูงอายุ กลายเป็นสถานที่หลบซ่อนทำงานอย่างผิดกฎหมายแหล่งใหญ่ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจึงมีการตรวจตราสถานที่เหล่านี้อย่างเข้มข้น ตำรวจนิวไทเป จับนายหน้าจัดหางานพร้อมผู้อนุบาลทำงานอย่างผิดกฎหมายจำนวน 11 คน (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง) 2. อุทาหรณ์คนใจร้อน! แรงงานไทยที่เหมียวลี่แทงเพื่อนเสียชีวิตเพราะอารมณ์ชั่ววูบ นอกจากชดใช้ค่าเสียหายแก่ทายาทแล้ว ยังเจอคุก 10.5 ปี เหตุการณ์ที่แรงงานไทยฆ่ากันเองคดีนี้เกิดขึ้นที่เมืองเหมียวลี่ แรงงานไทยในโรงงานเดียวกันไม่พอใจถูกต่อว่าคุยโทรศัพท์เสียงดัง ใช้มีดแทงเพื่อนจนเสียชีวิต แม้จะให้ญาติพี่น้องของตนประนีประนอมกับทายาทผู้ตายแล้ว ศาลอุทธรณ์เพิ่มโทษจากเดิมที่ศาลท้องถิ่นตัดสินจำคุก 9 ปี 6 เดือนเป็น 10 ปี 6 เดือน อาคารที่ทำการศาลชั้นสูงหรือศาลอุทธรณ์ สาขาไทจง เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ศาลชั้นสูงสาขาไทจง ตัดสินคดีที่แรงงานไทยแทงเพื่อนชาติเดียวกันเสียชีวิต ในหนังสือพิพากษาระบุว่า นายอภิสิทธิ์ อายุ 49 ปี แรงงานไทยจากจังหวัดขอนแก่น เดินทางมาทำงานที่โรงงานผลิตท่อระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กที่ตำบลถงหลัว เมืองเหมียวลี่ ขณะเกิดเหตุเมื่อค่ำวันที่ 8 ธันวาคม 2566 เวลาประมาณ 20.00 น. เศษ กำลังพูดคุยทางโทรศัพท์อยู่ในห้องนอนชั้นสองของหอพัก ผู้ตายได้แก่นายวิชินร์ แรงงานไทยอายุเท่ากัน เดินทางมาจากจังหวัดอุดรธานี กำลังนั่งดื่มสุรากับเพื่อน ๆ ที่ชั้นหนึ่ง ผู้ตายรู้สึกรำคาญที่นายอภิสิทธิ์คุยมือถือเสียงดังทำลายบรรยากาศในการดื่มสุราของตนกับเพื่อน จึงเดินทางขึ้นไปที่ชั้นสองต่อว่า ทั้งสองเกิดการทะเลาะกันขึ้น นายอภิสิทธิ์บันดาลโทสะ คว้ามีดปอกผลไม้ยาวประมาณ 15 ซม. แทงไปที่ใบหน้า อก ท้องและเอวถึง 11 แผล ในจำนวนนี้ มี 3 แผลที่แทงทะลุตับ กระเพาะและม้าม ทำให้นายวิชินร์บาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตใน 2 วันถัดมา หลังถูกเพื่อนแรงงานไทยคนอื่นที่ได้ยินเสียงโอดครวญวิ่งขึ้นไปชั้นสองและแจ้งนายจ้างนำส่งรักษาที่โรงพยาบาล สุรา เป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้แรงงานไทยทะเลาะวิวาทจนถึงขั้นฆ่าแทงกัน ในภาพเป็นขวดเหล้าที่เก็บกวาดจากหอพักแรงงานไทยแห่งหนึ่งในเถาหยวน หลังเกิดเหตุนายจ้างแจ้งความ ตำรวจมาถึงสถานที่เกิดเหตุถามว่าใครเป็นคนแทง นายอภิสิทธิ์ ซึ่งนั่งตะลึงกับการกระทำของตนบนเตียงยกมือสารภาพว่าตนเป็นคนแทง เข้าข่ายมอบตัวมีเหตุบรรเทาโทษ และหลังเกิดเหตุ แรงงานไทยรายนี้ ได้มอบหมายให้ญาติพี่น้องที่บ้านเจรจาชดใช้ค่าเสียหายแก่ทายาทผู้ตายและยอมความกันได้ ศาลท้องถิ่นเหมียวลี่ตัดสินจำคุกจำเลย 9 ปี 6 เดือน จากคดีฆ่าคน มีโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิตและจำคุก 10 ปีขึ้นไป ขึ้นอยู่กับว่าฆ่าคนโดยไตร่ตรองไว้ก่อน....
ตอนอื่นในรายการนี้

ดูทุกตอน →