แรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568

จากรายการ แรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่
0:000:00
ดาวน์โหลดบน App Store (iPhone) ดาวน์โหลดบน Google Play (Android)
รายละเอียดตอน
1. สิ้นปี 2567 ไต้หวันอนุมัติแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว 32,512 คน 56.14% เป็นผู้อนุบาล แรงงานไทยภาคการผลิตได้รับอนุมัติแล้ว 2,856 จากทั้งหมด 14,258 คน เพื่อที่จะแก้ไขภาวะขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานที่มีทักษะระดับช่างเทคนิค กระทรวงแรงงานไต้หวันผลักดันโครงการอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่มีทักษะฝีมือและได้รับค่าจ้างตามกำหนด สามารถยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือและอยู่ทำงานในไต้หวันได้ต่อไป หรือเรียกสั้น ๆ ว่าโครงการแรงงานกึ่งฝีมือ มาตั้งแต่ 30 เมษายน 2565 จนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2567 กระทรวงแรงงานไต้หวันอนุมัติให้นายจ้างว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว 32,512 คน ในจำนวนนี้ 56.14% เป็นแรงงานกึ่งฝีมือในภาคสวัสดิการสังคม ส่วนที่เป็นแรงงานกึ่งฝีมือในภาคการผลิต 14,258 คน คิดเป็น 43.85% แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน) เริ่มจากปี 2567 เป็นต้นมา กรมพัฒนากำลังแรงงาน ใช้มาตรการเชิงรุกในการส่งเสริมให้นายจ้างว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ โดยโทรศัพท์สอบถามนายจ้างที่มีแรงงานต่างชาติ ซึ่งสอดคล้องกับคุณสมบัติในการยกระดับแรงงานกึ่งฝีมือ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาอุปสรรคและอำนวยความสะดวกในการว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ ผลปรากฏว่า นายจ้างมีความกระตือรือร้นในการยื่นขอยกระดับแรงงานต่างชาติของตนเป็นแรงงานกึ่งฝีมือมากขึ้น แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน) สำหรับคุณสมบัติของแรงงานกึ่งฝีมือ มี 4 เงื่อนไข ได้แก่ ทำงานในไต้หวันติดต่อกันครบ 6 ปีขึ้นไป หรือทำงานไม่ต่อเนื่องแต่มีอายุงานรวมสะสมครบ 11 ปี 6 เดือนขึ้นไป หรือแรงงานเก่าที่เคยทำงานในไต้หวันครบ 11 ปี 6 เดือนและเดินทางกลับประเทศแล้ว รวมถึงนักศึกษาต่างชาติที่จบการศึกษาในไต้หวันระดับอนุปริญญาขึ้นไป หากนายจ้างจ่ายค่าจ้างตามกำหนดและมีทักษะฝีมือตามเกณฑ์ นายจ้างสามารถยื่นขอว่าจ้างเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ โดยทำสัญญาครั้งละ 3 ปี เมื่อครบกำหนดสามารถต่อสัญญาใหม่ได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่จำกัดระยะเวลาการทำงาน 12 /14 ปี เหมือนแรงงานต่างชาติทั่วไป จะได้รับเงินบำเหน็จและเงินบำนาญเหมือนแรงงานท้องถิ่น เมื่ออยู่ทำงานในไต้หวันครบ 5 ปี ยังมีสิทธิ์ยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวร ในส่วนผลดีของนายจ้าง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ไม่ต้องชำระเงินเข้ากองทุนความมั่นคงในการทำงานของแรงงานท้องถิ่นเหมือนแรงงานต่างชาติทั่วไปที่นายจ้างต้องจ่ายเดือนละ 2,000-3,000 เหรียญต่อคน นอกจากนี้ นายจ้างยังสามารถนำเข้าแรงงานต่างชาติคนใหม่มาทดแทนโควตาแรงงานต่างชาติทั่วไปที่ได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว ช่วยให้นายจ้างมีความยืดหยุ่นในการว่าจ้างแรงงานมากขึ้น แรงงานในภาคการผลิต หากได้รับค่าจ้างประจำเกิน 35,000 เหรียญขึ้นไป สามารถยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือโดยไม่ต้องแสดงหลักฐานด้านทักษะฝีมือใด ๆ ข้อมูลของศูนย์บริการการจ้างงานชาวต่างชาติ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2567 กระทรวงแรงงานอนุมัติแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว 32,512 คน แบ่งเป็นตำแหน่งงานต่อไปนี้ : 1. โรงงานอุตสาหกรรม 13,562 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานเวียดนาม 4,963 คน ตามด้วยแรงงานฟิลิปปินส์ 3,672 คน แรงงานไทยได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ 2,836 คน และอินโดนีเซีย 2,064 คน 2. ลูกเรือประมงได้รับการอนุมัติแล้ว 596 คน เป็นลูกเรืออินโดนีเซีย 468 คน ฟิลิปปินส์ 111 คน เวียดนาม 13 คนและไทย 4 คน 3. ภาคการเกษตรอนุมัติแล้ว 44 คน เป็นแรงงานเวียดนาม 18 คน อินโดนีเซีย 17 คน ฟิลิปปินส์ 6 คนและไทย 3 คน 4. โรงเชือดและชำแหละเนื้อสัตว์ 24 คน เป็นแรงงานเวียดนาม 14 คน อินโดนีเซีย 8 คนและฟิลิปปินส์ 2 คน 5. ภาคการก่อสร้างอนุมัติแล้ว 28 คน เป็นคนงานไทย 17 คน อินโดนีเซีย 6 คน เวียดนาม 5 คน 6. งานจ้างเหมาบริการภาคการเกษตรเป็นแรงงานเวียดนามทั้งหมด 4 คน แรงงานไทยที่ไทจงรับการอบรมและสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานประเภารถยก ด้านภาคสวัสดิการสังคมหรือผู้อนุบาล ได้รับการอนุมัติมากที่สุด 18,254 คน คิดเป็น 56.14% แบ่งเป็นผู้อนุบาลในครัวเรือน 17,566 คน เป็นผู้อนุบาลอินโดนีเซีย 13,590 คน ฟิลิปปินส์ 2,712 คน เวียดนาม 1,197 คนและผู้อนุบาลไทย 67 คน ส่วนผู้อนุบาลในองค์กร ได้รับอนุมัติ 688 คน เป็นผู้อนุบาลเวียดนาม 370 คน อินโดนีเซีย 215 คน ฟิลิปปินส์ 101 คนและแรงงานไทย 2 คน เนื่องจากค่าจ้างขั้นต่ำในไต้หวันปรับสูงขึ้นทุกปี โดยในปีใหม่นี้ปรับเป็น 28,590 เหรียญ ใกล้ค่าจ้างประจำของแรงงานกึ่งฝีมือในภาคการผลิตที่เริ่มต้น 33,000 เหรียญเข้าไปทุกที รวมถึงกระทรวงแรงงานมีการส่งเสริม ลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกมากขึ้น อาทิ ลดระยะเวลาในการประกาศรับสมัครแรงงานในประเทศ เพื่อให้นายจ้างได้ใบรับรอง ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญประกอบการยื่นขอ และจัดตั้งศูนย์บริการแรงงานกึ่งฝีมือ ฯลฯ จึงคาดว่า ยอดจำนวนแรงงานกึ่งฝีมือจะเพิ่มรวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิม สื่อประชาสัมพันธ์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน อย่างไรก็ตาม กลุ่ม NGO เคยแสดงความเห็นก่อนหน้านี้ขัดกับจุดยืนของกระทรวงแรงงานว่า โครงการแรงงานกึ่งฝีมือมีเงื่อนไขและอุปสรรคมากมาย ไม่จูงใจนายจ้างยกระดับแรงงานต่างชาติทั่วไปของตนเป็นแรงงานกึ่งฝีมือและเป็นเหตุให้แรงงานต่างชาติที่มีทักษะฝีมือต้องเดินทางไปทำงานประเทศอื่น ทำให้แรงงานต่างชาติที่มีทักษะฝีมืออยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย จะเห็นได้ว่า แรงงานกึ่งฝีมือที่ได้รับอนุมัติ กว่าครึ่งหรือส่วนใหญ่เป็นภาคสวัสดิการสังคม ตำแหน่งผู้อนุบาล ส่วนแรงงานกึ่งฝีมือในภาคการผลิตมีจำนวนไม่มาก ช่วยแก้ภาวะขาดแคลนแรงงานของผู้ประกอบการได้น้อย เพราะมีเงื่อนไขและข้อจำกัดหลายประการ ทำให้นายจ้างจำนวนมากไม่สนใจจะยกระดับแรงงานต่างชาติทั่วไปเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ เมื่อครบสัญญาก็เปลี่ยนไปนำเข้าแรงงานต่างชาติคนใหม่มาแทน....
ตอนอื่นในรายการนี้

ดูทุกตอน →