แรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม 2568

จากรายการ แรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่
0:000:00
ดาวน์โหลดบน App Store (iPhone) ดาวน์โหลดบน Google Play (Android)
รายละเอียดตอน
1. ปี 67 ไต้หวันอนุมัติเงินบำเหน็จชราภาพแก่อดีตแรงงานต่างชาติ 1.3 หมื่นราย มากเป็น 2 เท่าของปี 65 เป็นเงินกว่า 700 ล้านเหรียญ ผู้ยื่นขอ 95% เป็นแรงงานไทย สิ้นปี 2567 ที่ผ่านมา ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันมากกว่า 820,000 คน ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตและผู้อนุบาลในองค์กรที่มีคุณสมบัติเข้าร่วมเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงานมากกว่า 500,000 คน และเนื่องจากไต้หวันเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติมาเป็นเวลานานกว่า 30 ปีแล้ว แรงงานต่างชาติในยุคแรก ๆ มีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่อายุถึงเกณฑ์ขอรับเงินบำเหน็จชราภาพ เฉพาะปี 2567 มีชาวต่างชาติยื่นขอรับเงินบำเหน็จชราภาพและได้รับอนุมัติแล้วจำนวน 13,143 ราย มูลค่าที่อนุมัติกว่า 700 ล้านเหรียญ 96% มีสิทธิ์รับเงินบำเหน็จชราภาพแบบก้อนเดียวครั้งเดียว เฉลี่ยรายละ 52,689 เหรียญ เทียบกับปี 2566 ที่มี 12,565 ราย และมากกว่าปี 2565 ที่มี 6,125 รายกว่าเท่าตัว ในจำนวนนี้ประมาณ 95% ของผู้ยื่นขอเป็นแรงงานไทย ที่ทำการสำนักงานใหญ่กรมประกันภัยแรงงาน กระทรวงแรงงาน ในกรุงไทเป กองทุนประกันภัยแรงงานกล่าวว่า ชาวต่างชาติที่มีสิทธิ์เข้าเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงาน ได้แก่ แรงงานต่างชาติทั่วไปที่ทำงานในภาคการผลิต ก่อสร้างและเกษตร แรงงานกึ่งฝีมือ ผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่ทำงาน ยกเว้นตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือนและผู้ช่วยงานบ้าน ชาวต่างชาติที่เดินทางมาทำงานในไต้หวันเหล่านี้ จะได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงานเช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น ดังนั้น หากเคยเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงาน เมื่อมีอายุครบตามเกณฑ์กำหนดหรือ 60 ปีขึ้นไป สำหรับผู้มีสิทธิ์ยื่นขอรับเงินบำเหน็จชราภาพที่เกิดก่อนหรือเกิดในปี พ.ศ. 2500 และผู้ที่เกิดปี พ.ศ. 2501 จะต้องมีอายุครบ 61 ปีขึ้นไป ผู้เกิดปี พ.ศ. 2502 ต้องมีอายุครบ 62 ปี ผู้เกิดในปี พ.ศ. 2503 จะต้องมีอายุครบ 63 ปี ผู้ที่เกิดในปี พ.ศ. 2504 จะต้องมีอายุครบ 64 ปี ส่วนผู้ที่เกิดในปี พ.ศ. 2505 และหลังจากนั้น จะต้องมีอายุครบ 65 ปีขึ้นไป มีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอรับเงินบำเหน็จชราภาพ ที่ผ่านมา มีชาวต่างชาติยื่นขอรับเงินบำเหน็จชราภาพแล้วประมาณ 50,000 ราย ส่วนใหญ่มีอายุการเข้ากองทุนประกันภัยแรงงานไม่ถึง 15 ปี และเนื่องจากได้รับความช่วยเหลือจากกระทรวงแรงงานของไทย ดังนั้น ชาติที่ยื่นขอมากที่สุด หรือประมาณ 95% เป็นแรงงานไทย ภายในที่ทำการสำนักงานใหญ่กรมประกันภัยแรงงาน กระทรวงแรงงาน ในกรุงไทเป กองทุนประกันภัยแรงงานเปิดเผยสถิติในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ปรากฏว่า ปี พ.ศ. 2564 มีชาวต่างชาติที่มีสิทธิ์ยื่นขอรับเงินบำเหน็จชราภาพและได้รับอนุมัติแล้ว 3,197 ราย ปี พ.ศ. 2565 มี 6,125 ราย และปี พ.ศ. 2566 มี 12,565 ราย ปี 2567 ยื่นขอ 13,143 ราย จากข้อมูลพบว่า ในจำนวนผู้ยื่นขอในปี 2567 จำนวน 13,143 รายนั้น มี 96% เนื่องจากอายุการเข้ากองทุนฯ ไม่ครบ 15 ปี จึงรับเงินบำเหน็จเป็นก้อนครั้งเดียว เฉลี่ยรายละ 52,689 เหรียญ อีก 432 รายเนื่องจากอายุการเข้ากองทุนครบ 15 ปี มีสิทธิ์ขอรับเงินบำเหน็จชราภาพเป็นรายเดือน รวมเงินบำเหน็จชราภาพที่อนุมัติในปี 2567 มูลค่ากว่า 700 ล้านเหรียญ แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว นครเถาหยวน สาเหตุที่แรงงานไทยเป็นผู้ยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพมากที่สุด กองทุนประกันภัยแรงงานกล่าวว่า สืบเนื่องมาจากแรงงานไทยเป็นชาติแรกที่ได้รับอนุญาตเดินทางมาทำงานในไต้หวัน ตั้งแต่เปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติได้เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2532 และอายุโดยเฉลี่ยของแรงงานไทยมากกว่าชาติอื่น ส่วนแรงงานอีก 3 ชาติ ได้แก่แรงงานฟิลิปปินส์ เวียดนามและอินโดนีเซีย อายุโดยเฉลี่ยจะน้อยกว่า ส่วนใหญ่ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะยื่นขอ ประกอบกับในบรรดาแรงงานทั้ง 4 ชาติ มีเพียงสำนักงานแรงงานไทยแห่งเดียวที่ให้บริการแรงงานไทยยื่นขอรับเงินสวัสดิการนี้ โดยจัดทำเอกสารและขั้นตอนในการยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพ ตลอดจนประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยได้รับรู้ รวมถึงกระทรวงแรงงานไทยได้สั่งการให้สำนักงานแรงงานจังหวัดทุกจังหวัดและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือแรงงานไทย โดยไม่คิดค่าบริการใด ๆ ขณะที่สำนักงานแรงงานอีก 3 ประเทศ ยังไม่ได้ลงมือทำในเรื่องนี้ ทำให้แรงงานชาติอื่นแม้ว่าจะมีอายุถึงเกณฑ์ยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพแล้ว แต่ยังไม่ทราบและไม่สามารถยื่นขอรับเงินบำเหน็จชราภาพดังกล่าวได้ แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว นครเถาหยวน กองทุนประกันภัยแรงงานกล่าวว่า อัตราเงินบำเหน็จชราภาพ จะได้รับตามอายุงานซึ่งสามารถรวมสะสมได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นนายจ้างรายเดียวกันหรือทำงานติดต่อกัน โดยผู้มีสิทธิ์ที่มีอายุงานไม่เกิน 15 ปี อายุงาน 1 ปีจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ 1 เดือนของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันโดยเฉลี่ยใน 60 เดือนสุดท้ายของการทำงาน เช่นแรงงานไทยเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน 3 ครั้ง รวม 9 ปี จะได้ 9 เดือนของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันในขณะนั้น โดยเป็นค่าเฉลี่ยของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันใน 60 เดือน ส่วนที่ไม่ครบปี จะได้รับตามสัดส่วน หากอายุงานสะสมเกิน 15 ปี ปีที่ 16 เป็นต้นไป จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพปีละ 2 เดือน 2. ปี 67 สายด่วน 1955 ให้บริการร้องทุกข์กว่า 2 แสนสาย ช่วยแรงงานต่างชาติทวงคืนค่าจ้างค้างจ่ายกว่า 93.5 ล้านเหรียญ แรงงานเวียดนามร้องเรียนมากสุด 35.7% แรงงานไทยใช้บริการ 3.5% กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานออกแถลงการณ์กล่าวว่า ตลอดปี 2567 สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ให้บริการทางโทรศัพท์ไปแล้ว 202,747 สาย เทียบกับ 250,870 สายของปี 2566 ลดลงประมาณ 20% ในจำนวนนี้ ประมาณ 90% เป็นโทรศัพท์สอบถามข้อมูลและขอคำปรึกษา ซึ่งส่วนใหญ่สอบถามปัญหาการย้ายงาน การให้บริการของล่าม ตามด้วยปัญหาในสัญญาจ้าง อาทิ ค่าที่พักอาหาร การยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดและผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับประเทศเป็นต้น....
ตอนอื่นในรายการนี้

ดูทุกตอน →