ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2568
0:000:00
รายละเอียดตอน
1. แก้ปัญหาที่ต้นทาง? กระทรวงแรงงานเตรียมหารือให้ บจง. ต่างประเทศรับผิดชอบค่าส่งกลับประเทศ หากแรงงานที่จัดส่งหลบหนีใน 90 วันแรก
ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบ พุ่งสูงเกิน 90,000 คนแล้ว เพื่อที่ควบคุมปัญหาตั้งแต่ต้นทางและลดจำนวนแรงงานต่างชาติที่หลบหนี ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา กระทรวงแรงงานไต้หวันได้ให้บริษัทจัดหางานที่จัดส่งร่วมรับผิดชอบด้วย นอกจากเพิ่มการตรวจสอบแรงงานต่างชาติที่บริษัทจัดหางานต่างประเทศจัดส่งในทุก 3 เดือน หากพบมีอัตราส่วนหรือจำนวนคนหลบหนีในเดือนแรกเกินกว่ามาตรฐานกำหนด ครั้งแรกจะถูกลงโทษห้ามจัดส่งแรงงานต่างชาติชั่วคราวด้วยการระงับบริษัทจัดหางานต่างประเทศนั้น ๆ ยื่นขอวีซ่าให้แก่แรงงานที่ตนจัดส่งเป็นเวลา 7 วัน หากตรวจพบครั้งที่ 2 เป็นต้นไป เพิ่มขึ้นอีกครั้งละ 7 วัน นานสุดไม่เกิน 28 วัน จากเดิมที่ตรวจสอบทุก 2 ปี
ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบ พุ่งสูงเกิน 90,000 คน เป็นปัญหาที่สร้างความปวดหัวแก่รัฐบาล (ภาพจากสำนักงานตรวจเข้าเมือง)
นอกจากนี้ ยังเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับให้บริษัทจัดหางานเวียดนาม ต้องรับผิดชอบค่าตั๋วเครื่องบินส่งกลับของแรงงานที่ตนจัดส่งและหลบหนีภายใน 90 วันนับแต่วันที่เดินทางถึงไต้หวัน ตามข้อตกลงในที่ประชุมด้านแรงงานระหว่างไต้หวันและเวียดนาม และเตรียมขยายมาตรการนี้ไปยังประเทศผู้ส่งออกอีก 3 ประเทศ ผ่านการประชุมทวิภาคี โดยในปี 2568 ไต้หวันจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมด้านแรงงานกับฟิลิปปินส์และไทย ส่วนเวียดนามและอินโดนีเซียจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมที่ประเทศของตนเอง
ก. แรงงานมีนโยบายให้ บจง. รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งแรงงานผิดกฎหมายกลับประเทศ ในภาพเป็นแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายในเถาหยวน ถูกจับรอการส่งไปยังสถานกักกัน (ภาพจากสสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เถาหยวน)
จากสถิติของกระทรวงแรงงาน ณ สิ้นปี 2567 มีบริษัทจัดหางานต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตจัดส่งแรงงานต่างชาติให้นายจ้างไต้หวัน มีจำนวนทั้งสิ้น 573 ราย เพิ่มขึ้น 18 รายจาก 555 รายในปี 2567 โดยแบ่งเป็นบริษัทจัดหางานจากอินโดนีเซีย 242 รายเวียดนาม 147 ราย ฟิลิปปินส์ 113 ราย ไทย 70 รายและมาเลเซีย 1 ราย
กระทรวงแรงงานเตรียมหารือให้ บจง. ต่างประเทศรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่งกลับประเทศ หากแรงงานที่จัดส่งหลบหนีใน 90 วันแรก (ภาพจาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)
2. คนงานไทยเมาขี่จักรยานไฟฟ้าชนเพื่อนร่วมชาติตาย ตัวเองเจ็บหนัก หลังชดใช้ค่าเสียหายทายาทผู้ตายและเลิกดื่มเด็ดขาด ศาลจางฮั่วตัดสินจำคุก 1 ปี 10 เดือน แต่ให้รอลงอาญา 5 ปีและไม่เพิกถอนใบอนุญาตทำงาน
ปัญหาเมาแล้วขับ เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้แรงงานไทยในไต้หวันบาดเจ็บ เสียชีวิต ถูกลงโทษจำคุกหรือเสียค่าปรับแพง และถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน ห้ามเดินทางมาทำงานในไต้หวันตลอดไป แม้จะเกิดเหตุมากมายและมีการประชาสัมพันธ์ต่อเนื่อง ในแต่ละปียังมีแรงงานไทยถูกจับเมาแล้วขับมากกว่า 100 รายขึ้นไป
เมาแล้วขับสร้างความหายนะทั้งต่อตนและคนอื่น แรงงานไทยรายหนึ่งเมาขับซิ่งรถจักรยานไฟฟ้าจากไทจงไปจางฮั่ว ระหว่างทางชนเสาไฟฟ้าข้างทางเสียชีวิต ในภาพเป็นสถานที่และสภาพรถจักรยานไฟฟ้าคันที่เกิดเหตุ
ที่เมืองจางฮั่ว มีแรงงานไทยรายหนึ่ง ดื่มสุราแล้วขี่รถจักรยานไฟฟ้าชนจักรยานไฟฟ้าของคนงานไทยด้วยกันอีกคัน บาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ ต่อมาแรงงานไทยที่ถูกชน ซึ่งไม่ได้ดื่มสุราแต่เนื่องจากไม่ได้สวมหมวกกันน็อกหัวฟาดพื้นเสียชีวิตในโรงพยาบาล หลังนายจ้างช่วยเหลือสำรองจ่ายค่าชดใช้ยอมความกับทายาทผู้ตาย และตัวเองก็ตัดสินใจเลิกดื่มสุราเด็ดขาด ศาลจางฮั่วใช้ระบบคณะลูกขุนร่วมกับผู้พิพากษาจากศาลโดยมีล่ามช่วยแปลภาษาทั้งสองฝ่าย ย่นระยะเวลาในการพิจารณาคดีเหลือเพียง 1 วันครึ่ง ตัดสินจำคุกแรงงานไทยรายนี้ 1 ปี 10 เดือน แต่ให้รอลงอาญา 5 ปี ระหว่างนี้ห้ามทำผิดซ้ำ และให้อยู่ทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวและชดใช้หนี้ต่อไป ไม่ต้องถูกส่งกลับประเทศ
แรงงานไทยขี่จักรยานไฟฟ้าชนแรงงานชาติเดียวกันที่เตรียมเลี้ยวโดยไม่เปิดสัญญาไฟ ในภาพเป็นสถานที่เกิดเหตุใกล้นิคมอุตาหกรรมจางปิน เมืองจางฮั่ว (ภาพจาก LTN)
คดีนี้ เกิดขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 3 ก.พ. 2566 เวลาประมาณ 20.00 น. นายอดุลย์ อายุ 43 ปี แรงงานไทยจากจังหวัดชัยภูมิ หลังไปหาเพื่อนและร่วมดื่มสุรากันที่นิคมอุตสาหกรรมจางปินในเมืองจางฮั่ว ขณะขี่รถจักรยานไฟฟ้ากลับหอพักที่ตำบลลู่กั่ง ชนกับรถจักรยานไฟฟ้าอีกคันที่ขี่โดยนายมนตรี อายุ 45 ปี แรงงานไทยจากสกลนคร ทำงานอยู่ในลู่กั่งเช่นกันแต่คนละโรงงานและไม่รู้จักกัน นายมนตรีกำลังจะเลี้ยวและไม่ได้เปิดสัญญาณไฟเลี้ยว ทำให้รถทั้งสองคันเกิดการชนกันเสียงดังเสียหลักล้ม นายอดุลย์และนายมนตรีได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ นายมนตรีที่ถูกชนเนื่องจากหัวฟาดถนนและไม่ได้สวมหมวกกันน็อก หลังแพทย์พยายามกู้ชีพอยู่ 1 สัปดาห์ เสียชีวิตที่โรงพยาบาล ส่วนนายอดุลย์พบมีระดับแอลกอฮอล์สูงถึง 0.38 มิลลิกรัมต่อลิตร ได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องรับการผ่าตัดใบหน้า
อาคารที่ทำการศาลท้องถิ่นจางฮั่ว
หลังจากรักษาจนอาการดีขึ้นแล้ว ตำรวจจึงจะสอบปากคำนายอดุลย์และดำเนินคดีข้อหาเมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี จากการตรวจสอบ ขณะเกิดเหตุ นายอดุลย์อยู่ในอาการเมาแต่ยังฝืนขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า โดยไม่สังเกตรถที่อยู่ด้านหน้า ส่วนผู้ตายคือนายมนตรีเตรียมเลี้ยวซ้ายแต่ไม่เปิดไฟเลี้ยว จึงทำให้เกิดการชนกันขึ้น อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ นายอดุลย์รับสารภาพว่าตนเมาแล้วขับและแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้เจรจายอมความและจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายแก่ทายาทจำนวน 200,000 เหรียญ ซึ่งนายจ้างช่วยสำรองจ่ายไปก่อน แล้วค่อยทำงานชดใช้หนี้โดยหักจากค่าจ้างในแต่ละเดือน นอกจากนี้นายจ้างและบริษัทจัดหางานช่วยเหลือยื่นคำร้องต่อมูลนิธิช่วยเหลือด้านกฎหมาย จัดหาทนายช่วยแก้ต่างโดยไม่ต้องหาค่าใช้จ่าย เพื่อผ่อนโทษจากหนักให้เป็นเบา ในคำให้การนายอดุลย์กล่าวว่า....
ตอนอื่นในรายการนี้