แรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 25 เมษายน 2568

จากรายการ แรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่
0:000:00
ดาวน์โหลดบน App Store (iPhone) ดาวน์โหลดบน Google Play (Android)
รายละเอียดตอน
1. ผ่านไปร่วม 3 ปี ไต้หวันอนุมัติแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว 35,810 คน เป็นผู้อนุบาล 56% ภาคการผลิต 15,731 คน เป็นแรงงานไทย 3,006 คน กระทรวงแรงงานไต้หวันผลักดันโครงการอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่มีทักษะฝีมือและได้รับค่าจ้างตามกำหนด สามารถยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือและอยู่ทำงานในไต้หวันได้ต่อไป หรือเรียกสั้น ๆ ว่าโครงการแรงงานกึ่งฝีมือ เพื่อแก้ภาวะขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานที่มีทักษะระดับช่างเทคนิค มาตั้งแต่ 30 เมษายน 2565 เวลาผ่านไปแล้วร่วม 3 ปี ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2568 กระทรวงแรงงานไต้หวันอนุมัติให้นายจ้างว่าจ้างแรงงานทั้ง 4 ชาติเป็นแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว 35,810 คน ในจำนวนนี้ 56.07% เป็นแรงงานกึ่งฝีมือในภาคสวัสดิการสังคม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้อนุบาลในครัวเรือน ภาคการผลิต 15,731 คน คิดเป็นอัตราส่วน 43.93% นายวีรพันธ์ เสนาะพิน แรงงานไทยจากนครปฐม ได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ (ภาพจากศูนย์จัดหางานหูเหว่ย เมืองหยุนหลิน) เพื่อส่งเสริมและอำนวยความสะดวกแก่นายจ้างที่ประสงค์จะว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ เริ่มจากปี 2567 เป็นต้นมา กรมพัฒนากำลังแรงงาน ใช้มาตรการเชิงรุกในการส่งเสริมให้นายจ้างว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ โดยโทรศัพท์สอบถามนายจ้างที่มีแรงงานต่างชาติ ซึ่งสอดคล้องกับคุณสมบัติในการยกระดับแรงงานกึ่งฝีมือ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาอุปสรรคและอำนวยความสะดวกในการว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ ผลปรากฏว่า นายจ้างมีความกระตือรือร้นในการยื่นขอยกระดับแรงงานต่างชาติของตนเป็นแรงงานกึ่งฝีมือมากขึ้น ทำให้ยอดจำนวนแรงงานกึ่งฝีมือที่อนุมัติแล้วเพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัด โดยตั้งเป้าอนุมัติไม่ต่ำกว่าปีละ 20,000 คน ในภาพเป็นแรงงานกึ่งฝีมือชาวฟิลิปปินส์ที่โรงงานในจางฮั่ว (ภาพจาก newstaiwan.net) กระทรวงแรงงานกล่าวว่า คุณสมบัติของแรงงานกึ่งฝีมือ มี 4 รายการ ได้แก่ ทำงานในไต้หวันติดต่อกันครบ 6 ปีขึ้นไป หรือทำงานไม่ต่อเนื่องแต่มีอายุงานรวมสะสมครบ 11 ปี 6 เดือนขึ้นไป หรือแรงงานเก่าที่เคยทำงานในไต้หวันครบ 11 ปี 6 เดือนและเดินทางกลับประเทศแล้ว รวมถึงนักศึกษาต่างชาติที่จบการศึกษาในไต้หวันระดับอนุปริญญาขึ้นไป หากนายจ้างจ่ายค่าจ้างตามกำหนดและมีทักษะฝีมือตามเกณฑ์ นายจ้างสามารถยื่นขอว่าจ้างเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ โดยทำสัญญาครั้งละ 3 ปี เมื่อครบกำหนดสามารถต่อสัญญาใหม่ได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่จำกัดระยะเวลาการทำงาน 12 /14 ปี เหมือนแรงงานต่างชาติทั่วไป จะได้รับเงินบำเหน็จและเงินบำนาญเหมือนแรงงานท้องถิ่น เมื่ออยู่ทำงานในไต้หวันครบ 5 ปี ยังมีสิทธิ์ยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวร ในส่วนผลดีของนายจ้าง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ไม่ต้องชำระเงินเข้ากองทุนความมั่นคงในการทำงานของแรงงานท้องถิ่นเหมือนแรงงานต่างชาติทั่วไปที่นายจ้างต้องจ่ายเดือนละ 2,000-3,000 เหรียญต่อคน นอกจากนี้ นายจ้างยังสามารถนำเข้าแรงงานต่างชาติคนใหม่มาทดแทนโควตาแรงงานต่างชาติทั่วไปที่ได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว ช่วยให้นายจ้างมีความยืดหยุ่นในการว่าจ้างแรงงานมากขึ้น ศูนย์บริการจ้างงานของกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน (ภาพจากศูนย์จัดหางานหูเหว่ย เมืองหยุนหลิน) ข้อมูลของศูนย์บริการการจ้างงานชาวต่างชาติ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2568 กระทรวงแรงงานอนุมัติแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว 35,810 คน เป็นแรงงานกึ่งฝีมือในภาคการผลิต 15,731 คน คิดเป็น 43.93% ของทั้งหมด แบ่งเป็นตำแหน่งงานต่อไปนี้ : 1. โรงงานอุตสาหกรรม 14,955 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานเวียดนาม 5,507 คน ตามด้วยแรงงานฟิลิปปินส์ 4,144 คน แรงงานไทยในโรงงานได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว 2,976 คน ขณะที่อินโดนีเซียได้รับการอนุมัติ 2,326 คน 2. ลูกเรือประมงได้รับการอนุมัติแล้ว 645 คน เป็นลูกเรืออินโดนีเซีย 512 คน ฟิลิปปินส์ 115 คน เวียดนาม 14 คนและแรงงานไทย 4 คน 3. ภาคการเกษตรอนุมัติแล้ว 62 คน เป็นแรงงานอินโดนีเซีย 25 คน เวียดนาม 22 คน ฟิลิปปินส์ 11 คนและแรงงานไทยไทย 4 คน 4. โรงเชือดและชำแหละเนื้อสัตว์ 27 คน เป็นแรงงานเวียดนาม 16 คน อินโดนีเซีย 9 คนและฟิลิปปินส์ 2 คน 5. ภาคการก่อสร้างอนุมัติแล้ว 38 คน เป็นคนงานไทย 22 คน เวียดนาม 9 คน อินโดนีเซีย 7 คน 6. งานจ้างเหมาบริการภาคการเกษตรเป็นแรงงานเวียดนามทั้งหมด 4 คน ด้านภาคสวัสดิการสังคมหรือผู้อนุบาล ได้รับการอนุมัติมากที่สุด 20,079 คน คิดเป็น 56.07% แบ่งเป็นผู้อนุบาลในครัวเรือน 19,328 คน เป็นผู้อนุบาลอินโดนีเซีย 14,980 คน ฟิลิปปินส์ 2,955 คน เวียดนาม 1,327 คนและผู้อนุบาลไทย 66 คน ส่วนผู้อนุบาลในองค์กร ได้รับอนุมัติแล้ว 751 คน เป็นผู้อนุบาลเวียดนาม 406 คน อินโดนีเซีย 235 คน ฟิลิปปินส์ 108 คนและแรงงานไทย 2 คน ผู้อนุบาลในครัวเรือนได้รับอนุมัติเป็นแรงงานกึ่งฝีมือมากที่สุด 19,328 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้อนุบาลอินโดนีเซีย 14,980 คน เนื่องจากค่าจ้างขั้นต่ำในไต้หวันปรับสูงขึ้นทุกปี โดยในปีนี้ปรับเป็น 28,590 เหรียญ ใกล้ค่าจ้างประจำของแรงงานกึ่งฝีมือในภาคการผลิตที่เริ่มต้น 33,000 เหรียญเข้าไปทุกที รวมถึงกระทรวงแรงงานมีการส่งเสริม ลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกมากขึ้น อาทิ ลดระยะเวลาในการประกาศรับสมัครแรงงานในประเทศ เพื่อให้นายจ้างได้ใบรับรอง ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญประกอบการยื่นขอ และจัดตั้งศูนย์บริการแรงงานกึ่งฝีมือ ฯลฯ จึงคาดว่า ยอดจำนวนแรงงานกึ่งฝีมือจะเพิ่มรวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิม 2. สลด! แรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมายถูกซากเหล็กทับเสียชีวิตอนาถ หลังนั่งร้านซ่อมผนังภายนอกอาคารโรงพยาบาลไถต้าในไทเปถล่ม ช่วงเช้าวันที่ 21 เมษายน 2568 เกิดอุบัติเหตุนั่งร้านพังถล่มระหว่างการปรับปรุงและเปลี่ยนผนังภายนอกและภายในอาคารโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยไต้หวันหรือไถต้าในกรุงไทเป ซึ่งมีความสูง 10 ชั้น ผู้รับเหมาแจ้งว่า มีแรงงานถูกทับอยู่ใต้โครงเหล็ก 1 คน หน่วยกู้ภัยเร่งค้นหาจนถึงรุ่งเช้าเวลา 03.00 น.....
ตอนอื่นในรายการนี้

ดูทุกตอน →