ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน 2568
0:000:00
รายละเอียดตอน
1. ข่าวดี! ค่าจ้างขั้นต่ำ 2569 คาดจะปรับขึ้น 3% เป็น 29,450 เหรียญไต้หวัน รู้ผลประมาณต้นเดือนกันยายน
ช่วงต้นเดือนกันยายนของทุกปี จะมีการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อพิจารณาการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปีต่อไป สำหรับปีใหม่ 2569 ตามเกณฑ์ในกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำ จะมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอีกครั้ง เป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน โดยกระทรวงแรงงานคาดว่าจะจัดประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ เพื่อกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับปี 2569
ในปีใหม่ 2569 คาดจะมีปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 10 ติดต่อกัน แรงงานต่างชาติดีใจ แต่มีแรงงานชาวไต้หวันบางส่วนบ่นว่า ไม่ได้รับประโยชน์ แต่ต้องแบกรับราคาสินค้าแพงขึ้น (ภาพจาก chinatimes.com)
ตามกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำ ในปี 2569 ค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนจะอยู่ที่ 29,450 เหรียญไต้หวันหรือปรับขึ้น 3% และรายชั่วโมงจะอยู่ที่ 196 เหรียญ เพิ่มจากปัจจุบันเป็นจำนวน 860 เหรียญ และ 6 เหรียญตามลำดับ โดยอัตราการปรับขึ้นนี้อ้างอิงจากดัชนีหลายตัว โดยเฉพาะ CPI (ดัชนีราคาผู้บริโภค) และอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งสำนักงานสถิติและบัญชีกลางของไต้หวันคาดว่า CPI ปีนี้จะอยู่ที่ 1.88% แม้ว่าจะต่ำกว่าระดับเตือนภัย แต่หลายฝ่ายเชื่อว่ายังควรสะท้อนเต็มจำนวนในการปรับค่าจ้าง ส่วนอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจคาดการณ์อยู่ที่ 3.1% แต่ครึ่งปีหลังอาจชะลอลงเหลือเพียง 1% ดังนั้น อัตราการปรับค่าจ้างขั้นต่ำจึงคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 3% และคณะกรรมการพิจารณาจะประชุมตัดสินใจขั้นสุดท้ายในเดือนกันยายน
แรงงานไทยใน CLC โรงงานผลิตสกรูนอตไถหนาน (ภาพจาก CLC)
เมื่อข่าวการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเผยแพร่ออกไป PTT และ Dcard สองเว็บบอร์ดสนทนาขนาดใหญ่ของไต้หวันมีการถกเถียงในประเด็นนี้อย่างร้อนแรง แม้จะเป็นข่าวดี แต่หนุ่มสาวชาวไต้หวันหลายคนกลับมองในแง่ร้าย มีคนวิจารณ์ว่า เงินเดือนเพิ่ม 3% แต่ราคาสินค้าขึ้น 30% ราคาบ้านขึ้น 300% บ้างก็กล่าวว่า เงินเดือนเพิ่มแค่ 860 แต่ข้าวกล่องขึ้น 10 เหรียญก็กินหมดแล้ว และตำหนิว่า นี่มันจนกันทั้งประเทศ บางคนตั้งคำถามเรื่องความเป็นธรรม เช่น คนที่ไม่ได้ค่าจ้างขั้นต่ำ เสมือนถูกลดเงินเดือนทางอ้อมอีกแล้ว และผู้ได้รับประโยชน์จากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติ ส่วนแรงงานท้องถิ่นต้องรับผลจากการที่ค่าครองชีพปรับเพิ่มตามไปด้วย
เนื่องจากค่าจ้างส่วนใหญ่อิงกับค่าจ้างขั้นต่ำ ดังนั้น แรงงานต่างชาติเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำมากที่สุด
ในขณะที่บางคนมองในแง่ดีว่า ยังไงก็ดีกว่าไม่ขึ้นไม่ใช่เหรอ? หรือ บ่นว่าเงินเดือนต่ำกันทุกวัน ตอนนี้รัฐบาลปรับแล้วก็ยังด่าอีก? บางคนยังชี้ว่า ไต้หวันค่าแรงล้าหลังมานานแล้ว ถึงเวลาต้องเริ่มทยอยตามให้ทันบ้าง แม้จะมีความคิดเห็นที่หลากหลาย แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงเน้นไปที่ความกังวลเกี่ยวกับราคาสินค้าและค่าครองชีพ สะท้อนให้เห็นถึงความไม่มั่นคงของผู้คนต่ออำนาจซื้อจริงในชีวิตประจำวัน
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างโรงไฟฟ้า
ไต้หวันผ่านกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำ เมื่อปลายปี 2566 กำหนดชัดเจนว่า ค่าจ้างที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน ห้ามต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ ได้แก่ การจัดตั้งองค์ประกอบคณะพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำ ประกอบด้วยตัวแทนจากฝ่ายต่าง ๆ จำนวน 21 คน ได้แก่ รมว. กระทรวงแรงงานเป็นประธานโดยตำแหน่ง ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง 7 คน ฝ่ายลูกจ้าง 7 คน ผู้แทนจากกระทรวงเศรษฐการ 1 คน ผู้แทนจากสภานิติบัญญัติ 1 คน นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ 4 คน กำหนดให้จัดการประชุมพิจารณาการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำทุกไตรมาสที่ 3 ของปี เพื่อพิจารณาการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปีถัดไป โดยยึดดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ CPI เป็นหลัก เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานมีรายได้ตามการปรับขึ้นของราคาสินค้า ขณะเดียวกันให้พิจารณาประกอบดัชนีทางเศรษฐกิจอีก 9 รายการ อาทิ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เป็นต้น
คนงานไทยในไซต์งานก่อสร้างสะพานตั้นเจียง (ภาพจาก บ. Kung Sing Engineering Corporation)
กระทรวงแรงงานกล่าวว่า การพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในแต่ละปี ใช้ระบบฉันทามติเป็นเกณฑ์ แต่หากไม่สามารถตกลงกันได้ จะใช้ระบบเสียงข้างมาก และนายจ้างหรือผู้ประกอบการจะต้องจ่ายค่าจ้างไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ หากฝ่าฝืน ต้องระวางโทษปรับ 20,000-1,000,000 เหรียญไต้หวัน หน่วยงานท้องถิ่นที่กำกับดูแลมีอำนาจปรับสูงสุด 1,500,000 เหรียญ โดยพิจารณาจากขนาดสถานประกอบการ จำนวนผู้ใช้แรงงานที่ได้รับผลกระทบและความรุนแรงในการกระทำผิดหรือฝ่าฝืนกฎหมาย พร้อมทั้งประกาศรายชื่อสถานประกอบการที่กระทำผิดกฎหมายเพื่อประจานให้สาธารณชนได้รับทราบโดยทั่วกัน
แรงงานฟิลิปปินส์ในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์
การมีกฎหมายและบทลงโทษที่ชัดเจน จะทำให้สถานประกอบการหรือนายจ้างปฏิบัติตามหรือจ่ายค่าจ้างไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ น่าจะเป็นผลดีต่อผู้ใช้แรงงาน โดยเฉพาะแรงงานต่างชาติที่ส่วนใหญ่ได้รับค่าจ้างอิงตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
2. ตะลึง! นักท่องเที่ยวสามีภรรยาชาวฟิลิปปินส์แอบทำงานเป็นหมอฟันเถื่อน เจ้าหน้าที่บุกค้นเจอคนไข้ชาติเดียวกันรอคิวรับบริการกว่า 20 คน
นายคาลูบ และนางมิเชล สามีภรรยาชาวฟิลิปปินส์เดินทางมาไต้หวันด้วยวีซ่าท่องเที่ยว แต่อยู่เลยกำหนดและลักลอบเปิดคลินิกทันตกรรมให้บริการทำฟันแก่แรงงานต่างชาติในพื้นที่เถาหยวน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนชาติเดียวกันอย่างผิดกฎหมาย เพื่อแสวงหาผลกำไรอย่างไม่ชอบธรรม หลานสาว 2 คนก็ถูกจับข้อหาร่วมเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือการประกอบวิชาชีพทันตกรรมโดยมิชอบ สำนักงานอัยการเถาหยวนร่วมกับกองอนามัย ตำรวจ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจู่โจมและบุกค้นสถานที่ ถึงกับผงะ เพราะมีผู้ป่วยกว่า 20 คนรอเข้าคิวรับบริการทำฟัน เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 รายดำเนินคดี ข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม....
ตอนอื่นในรายการนี้