ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม 2568
0:000:00
รายละเอียดตอน
1. สภาตรวจสอบจี้ทบทวนให้แรงงานต่างชาติกว่า 500,000 คน มีสิทธิ์รับเงินบำนาญเช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น กระทรวงแรงงานรับพิจารณา
ตามกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ผู้ใช้แรงงานที่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายฉบับนี้ นอกจากได้รับเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันภัยแรงงานแล้ว ยังมีสิทธิ์ได้รับเงินบำนาญที่นายจ้างเป็นผู้จ่ายเงินสมทบตามสัดส่วนกำหนดเข้ากองทุนประกันภัยแรงงานด้วย แต่สำหรับแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตและก่อสร้าง ยกเว้นแรงงานกึ่งฝีมือและผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ เมื่ออายุถึงเกณฑ์ มีสิทธิ์รับเงินบำเหน็จชราภาพอย่างเดียว ไม่สามารถรับเงินบำนาญได้ ประเด็นนี้กลายเป็นที่มาของการตรวจสอบ
แรงงานไทยในโรงงานทำล้อแม็กแห่งหนึ่งทางภาคเหนือของไต้หวัน
กฎหมายบำเหน็จบำนาญแรงงานระบบใหม่ มีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคม 2548 ระบบใหม่มีข้อแตกต่างจากระบบเก่าคือ สามารถสะสมและนำติดตัวไปได้ ไม่ว่าจะเปลี่ยนงานหรือนายจ้างเลิกกิจการก็ไม่มีผลกระทบ แต่รายงานการตรวจสอบเรื่องเงินบำนาญของแรงงานต่างของสมาชิกสภาตรวจสอบพบว่า แรงงานต่างชาติทั่วไปที่ทำงานในโรงงานและไซต์งานก่อสร้างในไต้หวันมากกว่า 500,000 คน แม้จะทำงานในไต้หวันมานานหลายปี แต่ไม่มีสิทธิ์รับเงินบำนาญทั้งระบบเก่าและระบบใหม่ ซึ่งไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย จึงขอให้กระทรวงแรงงานทบทวนนโยบายใหม่ ทางกระทรวงแรงงานตอบรับว่า ระบบใหม่ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ใช้แรงงานสัญชาติไต้หวันเท่านั้น แรงงานกึ่งฝีมือและผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ มีสิทธิ์รับเช่นกัน หากได้รับถิ่นที่อยู่ถาวร เฉพาะในส่วนของแรงงานต่างชาติทั่วไปที่มีปัญหา อย่างไรก็ตามรับจะพิจารณาระบบเงินบำนาญของแรงงานต่างชาติต่อไป แต่ทางด้านองค์กรตัวแทนของกลุ่มนายจ้าง ได้แก่สมาคมนายจ้างผู้ดูแลคนพิการในไต้หวัน ได้แสดงความกังวลว่า สมาชิกสภาตรวจสอบให้ความสำคัญกับแรงงานต่างชาติมากเกินไปหรือเปล่า?
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา หวังเหม่ยอวี้ และ หวังโย่วหลิง 2 สมาชิกสภาตรวจสอบจัดแถลงข่าวระบุว่า กฎหมายบำเหน็จบำนาญแรงงานระบบใหม่ ยังไม่ครอบคลุมถึงแรงงานต่างชาติ แรงงานกึ่งฝีมือและผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติที่ยังไม่ได้หรือไม่สามารถขอถิ่นที่อยู่ถาวรหรือยังไม่ได้รับบัตร APRC ส่งผลให้แรงงานชาวต่างชาติกลุ่มนี้ไม่สามารถเข้าถึงระบบสะสมเงินบำนาญได้ โดยเฉพาะแรงงานต่างชาติภาคการผลิตที่ทำงานในโรงงานหรือไซต์งานก่อสร้างกว่า 500,000 คนที่ถูกตัดสิทธิ์ใช้ระบบบำนาญแบบเก่า ส่วนแรงงานกึ่งฝีมือทั้งหมดและผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติบางส่วน แม้จะมีสิทธิ์เข้าถึงเงินบำนาญระบบเก่า แต่หากมีการเปลี่ยนนายจ้างหรือยกเลิกสัญญา ไม่ได้ทำงานกับนายจ้างรายเดิมจนเกษียณ ก็แทบไม่มีโอกาสจะได้รับเงินบำนาญระบบเก่าตามกฎเกณฑ์ นโยบายนี้ ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าแรงงานต่างชาติจะไม่อยู่ทำงานในไต้หวันจนเกษียณอายุ ไม่สะท้อนความเป็นจริงของแรงงานต่างชาติที่ทำงานระยะยาวในไต้หวัน ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านแรงงาน
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน
สมาชิกสภาตรวจสอบ ยังเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานทบทวนคำสั่งกระทรวงฉบับลงวันที่ 15 ธันวาคม 2549 ยกเว้นให้นายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินสำรองเข้ากองทุนบำเหน็จ/บำนาญแรงงาน เพื่อใช้เป็นเงินบำนาญของแรงงานต่างชาติ โดยกล่าวว่า คำสั่งฉบับนี้ อาจเกินขอบเขตอำนาจและขัดต่อหลักความชัดเจนของกฎหมาย พร้อมเสนอให้พิจารณาจัดให้กองทุนบำนาญแรงงานระบบใหม่ให้ครอบคลุมแรงงานต่างชาติ แรงงานกึ่งฝีมือและผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ รวมถึงผู้อนุบาลหรือผู้ใช้แรงงานในครัวเรือ แม้ยังไม่ได้ถิ่นที่อยู่ถาวร โดยเสนอให้หารือร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาแห่งชาติ เพื่อประเมินอย่างรอบด้าน ภายใต้แนวนโยบายการพัฒนาประเทศโดยรวมในทุกมิติ
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)
รายงานตรวจสอบยังระบุว่า คำสั่งกระทรวงแรงงานดังกล่าว ถูกใช้มานานกว่า 18 ปี ปัจจุบันแรงงานต่างชาติสามารถทำงานในไต้หวันได้ยาวนานถึง 12 ปี และหากเปลี่ยนสถานะเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ ก็สามารถทำงานต่อไปโดยไม่จำกัดเวลา ซึ่งหมายความว่าพวกเขามีโอกาสเข้าสู่ระบบเกษียณได้แล้ว และกฎหมายมาตรฐานแรงงานในปัจจุบัน ไม่ได้แยกแรงงานท้องถิ่นและแรงงานต่างชาติออกจากกัน รวมถึงในด้านเงินบำนาญ สมาชิกสภาตรวจสอบยังชี้ว่า การที่กระทรวงแรงงานยกเว้นให้นายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติ ไม่ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนบำนาญ แม้จะช่วยลดต้นทุนแรงงานได้ แต่เป็นการลดการคุ้มครองด้านเงินบำนาญลง อาจขัดต่อหลักการใช้อำนาจตามกฎหมายแม่บท อีกทั้งอนุสัญญาระหว่างประเทศฉบับต่าง ๆ ก็ส่งเสริมให้ขจัดการเลือกปฏิบัติในเรื่องงานและอาชีพ ต้องให้การคุ้มครองผู้ใช้แรงงานทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเชื้อชาติ เพศ หรือศาสนา และควรให้สิทธิอย่างเสมอภาคแก่แรงงานต่างชาติ ปัจจุบันระบบเงินบำนาญของแรงงานยังเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของไต้หวันในนโยบายการย้ายถิ่นฐานและการดึงดูดบุคลากรต่างชาติ
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)
ด้านกระทรวงแรงงานตอบว่า แรงงานที่อยู่ภายใต้กฎหมายมาตรฐานแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานชาวไต้หวันหรือต่างชาติ ล้วนมีสิทธิในระบบเงินบำนาญตามกฎหมายมาตรฐานแรงงานและกฎหมายกองทุนบำเหน็จบำนาญแรงงาน และระบบบำนาญแบบใหม่ เริ่มทยอยครอบคลุมแรงงานต่างชาติที่แต่งงานกับคนไต้หวัน หรือที่เรียกกันว่าผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ได้รับอนุญาตให้พำนักและทำงานในประเทศ รวมถึงชาวต่างชาติที่ได้รับถิ่นที่อยู่ถาวร อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานให้คำมั่นว่า จะพิจารณาระบบเงินบำนาญของแรงงานอย่างต่อเนื่อง โดยอิงจากรายงานของสภาตรวจสอบ พร้อมประสานกับคณะกรรมการพัฒนาแห่งชาติในด้านนี้....
ตอนอื่นในรายการนี้