แรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม 2568

จากรายการ แรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่
0:000:00
ดาวน์โหลดบน App Store (iPhone) ดาวน์โหลดบน Google Play (Android)
รายละเอียดตอน
1 ส.ค. เป็นต้นไป ผู้สูงอายุครบ 80 ปี จ้างผู้อนุบาลต่างชาติไม่ต้องผ่านการประเมิน เริ่มปรากฏผู้อนุบาลดูแลผู้ป่วยหนักขอขึ้นค่าจ้าง กระทรวงแรงงานงัด 6 มาตรการลดผลกระทบ นโยบายใหม่ที่อนุญาตให้ผู้มีอายุตั้งแต่ 80 ปีขึ้นไปสามารถจ้างผู้อนุบาลต่างชาติได้โดยไม่ต้องผ่านการประเมินตามระบบ Barthel Index เริ่มมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมนี้เป็นต้น กระทรวงแรงงานคาดการณ์ว่า ความต้องการแรงงานผู้อนุบาลต่างชาติจะเพิ่มขึ้นประมาณ 100,000 คน ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้อนุบาลต่างชาติที่มีอยู่แล้วในไต้หวันประมาณ 210,000 คน เลือกงานเบา ไม่เอางานหนัก ไม่ต้องการดูแลผู้ป่วยอาการหนัก อย่างผู้ป่วยที่พิการ ผู้ป่วยโรคหายาก หรือผู้ป่วยสมองเสื่อม ฯลฯ กลุ่มครอบครัวผู้ป่วยหนักออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดตั้งกลไกคุ้มครองสิทธิ และระบบจัดลำดับการจ้างผู้อนุบาลต่างชาติ เพื่อให้ทรัพยากรการดูแลได้รับการจัดสรรอย่างเป็นธรรม 1 ส.ค. เป็นต้นไป ผู้สูงอายุครบ 80 ปี จ้างผู้อนุบาลต่างชาติไม่ต้องแนบแบบประเมินจากโรงพยาบาล (ภาพจาก tw.nextapple.com) สภานิติบัญญัติได้แก้ไขกฎหมายการจ้างงานมาตรา 46 โดยเพิ่มบทบัญญัติว่า หากผู้ว่าจ้างต้องการจ้างแรงงานต่างชาติเพื่อดูแลผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 80 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีอายุระหว่าง 70-79 ปีที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะที่ 2 ขึ้นไป สามารถจ้างผู้อนุบาลต่างชาติได้โดยไม่ต้องแนบแบบประเมิน Barthel Index ของคณะแพทย์จากสถานพยาบาล 1 ส.ค. เป็นต้นไป ผู้สูงอายุครบ 80 ปี จ้างผู้อนุบาลต่างชาติไม่ต้องแนบแบบประเมินจากโรงพยาบาล (ภาพจาก ctee.com.tw) เฉินจิ่งหนิง เลขาธิการสมาคม Taiwan association of family caregivers เปิดเผยว่า ปัจจุบันไต้หวันมีครอบครัวผู้ป่วยอาการหนักประมาณ 200,000 ครัวเรือนที่จ้างผู้อนุบาลต่างชาติ โดยส่วนใหญ่อยู่ใน 6 นครใหญ่ หลังจากระบบใหม่มีผลบังคับใช้ จะมีผู้สูงอายุที่ไม่ได้อยู่ในภาวะทุพพลภาพหรือภาวะสมองเสื่อม ที่มีคุณสมบัติในการจ้างผู้อนุบาลต่างชาติเพิ่มขึ้นอีก 530,000 คน คาดว่าจะมีผู้ยื่นจ้างจริงประมาณ 100,000 คน ซึ่งจะส่งผลให้ผู้อนุบาลต่างชาติหลีกเลี่ยงงานดูแลผู้ป่วยหนักหรือผู้พิการรุนแรง เพื่อหางานที่ดูแลผู้สูงอายุที่แข็งแรงหรือป่วยในอาการเบา และถือโอกาสโก่งค่าจ้าง ทำให้ผู้ว่าจ้างต้องเสนอค่าจ้างสูงขึ้นเพื่อรักษาคนงานไว้ ส่งผลให้สังคมไต้หวันกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแย่งชิงผู้อนุบาล 1 ส.ค. เป็นต้นไป ผู้สูงอายุครบ 80 ปี จ้างผู้อนุบาลต่างชาติไม่ต้องแนบแบบประเมินจากโรงพยาบาล (ภาพจาก tw.nextapple.com) หงอวี๋ไต้ รองประธานมูลนิธิโรคหายาก เปิดเผยผลสำรวจภายในล่าสุดขององค์กร พบว่าร้อยละ 40 ของผู้ตอบแบบสอบถามที่ว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติดูแลผู้ป่วยในครอบครัวระบุว่า ผู้อนุบาลของตนได้ขอขึ้นเงินเดือนแล้ว ขณะที่ร้อยละ 23 มีแนวโน้มจะเปลี่ยนนายจ้างเมื่อครบสัญญา เพื่อไปทำงานดูแลผู้สูงอายุที่แข็งแรงหรือเป็นผู้ป่วยอาการเบา และร้อยละ 21 มีข่าวว่าบริษัทจัดหางานกำลังส่งเสริมให้ผู้สูงอายุที่สุขภาพแข็งแรงจ้างผู้อนุบาลต่างชาติ สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ บริษัทจัดหางานอาจฉวยโอกาสจากความต้องการของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นนี้ เรียกเก็บค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวและค่าบริการเพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นภาระทางเศรษฐกิจที่หนักอึ้งสำหรับครอบครัวกลุ่มเปราะบางที่มีผู้ป่วยอาการหนัก สส. พรรคก๊กมินตั๋งแสดงความดีใจหลังญัตติอนุญาตให้ผู้มีอายุครบ 80 ปีขึ้นไป จ้างแรงงานต่างชาติได้โดยไม่ต้องแนบแบบประเมินผ่านสภา (ภาพจาก CNA) หลินเยวี่ยฉิน สมาชิกสภานิติบัญญัติจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) เรียกร้องให้รัฐบาลชะลอการบังคับใช้ระบบใหม่ดังกล่าว หรือหากยังยืนยันจะเดินหน้าต่อไป ก็ควรมีการจัดระบบการจ้างแรงงานต่างชาติแบบมีลำดับชั้น รวมถึงยกเลิกการใช้แบบประเมิน Barthel Index แล้วหันมาใช้ระบบประเมินความต้องการบริการดูแลระยะยาว (CMS) แทน เพื่อให้ครอบครัวที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถเข้าถึงบริการดูแลที่เหมาะสมได้ง่ายยิ่งขึ้น แม้จะอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ ไม่ต้องขอแบบประเมินสุขภาพสำหรับการขอว่าจ้างผู้อนุบาล แต่ส่งผลให้ผู้อนุบาลต่างชาติ เลือกนายจ้างที่จ่ายค่าจ้างสูงกว่า งานเบากว่า ต่อเสียงเรียกร้องข้างต้น กระทรวงแรงงานจัดแถลงข่าวเมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา ประกาศ 6 มาตรการรองรับใหม่ หวังลดผลกระทบต่อกำลังผู้อนุบาล นายเฉินซื่อชาง รองอธิบดีกรมพัฒนากำลังแรงงานแถลงว่า ปัจจุบันมีผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดีและเข้าเกณฑ์ระบบใหม่ทั่วประเทศประมาณ 530,000 คน และมีผู้ที่มีอายุระหว่าง 70–79 ปีที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะที่ 2 ขึ้นไปอีกประมาณ 120,000 คน ขณะที่จำนวนครอบครัวที่มีผู้ป่วยระดับปานกลางถึงรุนแรงซึ่งจ้างผู้อนุบาลต่างชาติอยู่แล้ว มีประมาณ 197,000 ครัวเรือน เมื่อระบบใหม่เริ่มใช้จริง ย่อมจะเกิดปรากฏการณ์ในตลาด เช่น "ใครให้เงินเดือนสูงกว่า งานสบายกว่า ก็จะดึงดูดแรงงานได้มากกว่า" และในช่วงที่ผ่านมา ครอบครัวที่มีผู้ป่วยรุนแรงได้ร้องเรียนว่า ผู้อนุบาลต่างชาติของตนอยู่ดี ๆ ก็ขอขึ้นเงินเดือนเพิ่ม แม้จะเพิ่งปรับขึ้นไปเมื่อมีการต่อสัญญาแล้วก็ตาม หรือบางรายถึงขั้นแสดงความประสงค์ขอย้ายไปดูแลครอบครัวที่มีภาระน้อยกว่า นอกจากนี้ยังปรากฏบริษัทจัดหางานบางแห่งเริ่มลงโฆษณาว่า "อายุ 80 ปี ไม่ต้องประเมิน สามารถยื่นขอจ้างผู้ดูแลชาวต่างชาติได้ทันที" แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการแย่งตัวแรงงานที่เริ่มปรากฏชัด กระทรวงแรงงานจัดแถลงข่าวเมื่อ 29 ก.ค. 68 ประกาศ 6 มาตรการรองรับ หวังลดผลกระทบต่อกำลังแรงงานดูแล (ภาพจาก tw.nextapple.com) เพื่อลดผลกระทบต่อครอบครัวที่ต้องดูแลผู้ป่วยหนัก นายซูอวี้กั๋ว ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานข้างชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน ได้ชี้แจง 6 มาตรการรองรับดังนี้ : 1. แยกกลุ่มตามระดับความรุนแรง ให้กลุ่มผู้ป่วยหนักมีสิทธิก่อน ยื่นคำร้องจ้างผู้อนุบาลต่อศูนย์บริการดูแลระยะยาวในพื้นที่แบบยื่นเรื่องด้วยตนเอง โดยจะแนะนให้จ้างผู้อนุบาลไต้หวันเป็นลำดับแรก พร้อมลดขั้นตอนและระยะเวลาการว่าจ้างผู้อนุบาลภายในประเทศ จากเดิม 7 วัน เหลือเพียง 1 วัน 2.....
ตอนอื่นในรายการนี้

ดูทุกตอน →