ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม 2568
0:000:00
รายละเอียดตอน
1. มาตรการรับมือผลกระทบภาษีทรัมป์ กระทรวงแรงงานขยายเวลาย้ายงานของแรงงานต่างชาติจาก 60 วันเป็น 120 วัน
จากกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไต้หวันในอัตรา 20% สร้างความกังวลว่า จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมดั้งเดิมของไต้หวันและสิทธิการจ้างงานของแรงงานในประเทศ กระทรวงแรงงานจึงได้ประกาศผ่อนปรนระยะเวลาการเปลี่ยนนายจ้างของแรงงานต่างชาติ จากเดิมที่ต้องเปลี่ยนภายใน 60 วันขยายเป็น 120 วัน
ที่ทำการศูนย์บริการจ้างและย้ายงาน กรมพัฒนากำลังแรงงาน สาขาเถาหยวน
กระทรวงแรงงานประกาศเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา ปรับหลักเกณฑ์การเปลี่ยนนายจ้างของแรงงานต่างชาติ โดยระบุว่า สถานประกอบการที่ประสบปัญหาจากผลกระทบนโยบายภาษีการนำเข้าของสหรัฐฯ และได้รับการอนุมัติเป็นกรณีพิเศษจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แรงงานต่างชาติสามารถเปลี่ยนนายจ้างได้ภายในระยะเวลา 120 วัน โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการขอขยายเวลาย้ายงานอีก
หลังจากย้ายงานสำเร็จ นายจ้าง ผู้อนุบาลอินโดนีเซียและล่าม ถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก ณ ศูนย์บริการจ้างและย้ายงาน กรมพัฒนากำลังแรงงาน สาขาภาคกลาง
ตามกฎระเบียบเดิม แรงงานต่างชาติที่ต้องการเปลี่ยนงานหรือเปลี่ยนนายจ้าง จะมีเวลาสูงสุด 60 วัน ยกเว้นกรณีพิเศษ เช่น ถูกเลิกจ้างหรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ จึงจะสามารถขอขยายเวลาได้อีก 60 วัน รวมเป็น 120 วัน แต่ตามกฎเกณฑ์ใหม่ หากเกิดเหตุการณ์ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ส่งผลให้มีการเลิกจ้างแรงงานจำนวนมาก แรงงานต่างชาติจะได้รับสิทธินี้ทันที
แรงงานต่างชาติที่ย้ายงานสำเร็จแบ่งปันประสบการณ์ในการย้ายงาน ณ ศูนย์บริการจ้างและย้ายงาน กรมพัฒนากำลังแรงงาน สาขาภาคกลาง
นายซูอวี้กั๋ว ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ผลกระทบรุนแรงจากเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ เช่น ภาวะภาษีในอัตราสูง มักทำให้นายจ้างลดจำนวนแรงงานทั้งในและต่างชาติลง ดังนั้นเพื่อเพิ่มโอกาสให้แรงงานต่างชาติสามารถหางานใหม่ จึงมีการขยายเวลาการหานายจ้างใหม่ให้ยาวนานขึ้น หากสถานประกอบการเลิกจ้างแรงงานจำนวนมากจากเหตุผลข้างต้น แรงงานต่างชาติที่ประสงค์จะโอนย้ายนายจ้าง ก็จะเข้าข่ายได้รับอนุญาตขยายระยะเวลาหานายจ้างใหม่เป็น 120 วันได้โดยอัตโนมัติ
ศูนย์บริการจ้างและย้ายงาน กรมพัฒนากำลังแรงงาน สาขาภาคกลางในเมืองจางฮั่ว
ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติผู้นี้ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันหากแรงงานต่างชาติถูกเลิกจ้างหรือสถานประกอบการปิดกิจการ จะมีระยะเวลาในการหางานหรือนายจ้างใหม่ 60 วัน และสามารถยื่นขอขยายได้อีก 60 วัน หากภายใน 120 วันไม่สามารถหางานใหม่ได้ แรงงานต่างชาติผู้นั้นก็จำเป็นต้องเดินทางกลับประเทศต้นทาง
ทั้งนี้ ตามคำแนะนำของคณะกรรมการด้านกฎหมาย ได้มีการเพิ่มเติมในหลักเกณฑ์ว่า หากเกิดเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจหรือสังคม หรือมีเหตุพิเศษอื่น ๆ และได้รับการอนุมัติเป็นกรณีพิเศษจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ แรงงานต่างชาติสามารถขยายระยะเวลาเปลี่ยนนายจ้างให้เป็น 120 วันโดยอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับการจ้างงานใหม่มากขึ้น
2. ภาษีทรัมป์ ทำภาคอุตสาหกรรมไต้หวันป่วน บริษัทจัดหางานกว่า 70% ชะลอการนำเข้าแรงงานต่างชาติ หวั่นกระทบการดำเนินธุรกิจ
นโยบายภาษีศุลกากรแบบเท่าเทียมที่สหรัฐฯ บังคับใช้กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อการวางแผนของภาคอุตสาหกรรม แต่ยังสะเทือนถึงการจัดส่งแรงงานต่างชาติของธุรกิจจัดหางานด้วย โดยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สำนักข่าวแรงงานต่างชาติได้ทำการสำรวจบริษัทจัดหางานทั่วไต้หวัน พบว่า 60% ของบริษัทจัดหางานได้รับผลกระทบจากนโยบายนี้ และกว่า 70% ระบุว่า ได้รับคำร้องจากลูกค้าหรือนายจ้าง ให้ชะลอการนำเข้าแรงงานต่างชาติ สะท้อนให้เห็นว่าความเปลี่ยนแปลงในระบบเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ ได้เริ่มส่งผลกระทบแบบลูกโซ่ต่อกลยุทธ์การบริหารงานและการวางแผนกำลังคนในทุกภาคส่วน
ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ เริ่มส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมไต้หวัน บจง. กว่า 70% มีแผนชะลอนำเข้าแรงงานต่างชาติ หวั่นกระทบการดำเนินธุรกิจ (ภาพจาก chinatimes.com)
ผลสำรวจระบุว่า 59.3% ของบริษัทจัดหางานได้รับผลกระทบจากนโยบายเก็บภาษีของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม ขณะที่ 29.6% ไม่ได้รับผลกระทบ และอีก 11.1% ยังไม่แน่ใจ แสดงให้เห็นว่านโยบายเก็บภาษีจากประเทศผู้ส่งออกของประธานาธิบดีทรัมป์ได้สร้างแรงกระเพื่อมต่อแรงงานในระดับหนึ่ง โดยบริษัทจัดหางานสูงถึง 70.4% ระบุว่า ลูกค้าของตน ซึ่งก็คือนายจ้างโรงงานต่าง ๆ ได้ตัดสินใจชะลอการนำเข้าแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตและกลุ่มอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นการส่งออก ซึ่งเริ่มพิจารณาปรับลดขนาดแรงงานในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญแรงกดดันจากการค้าระหว่างประเทศ ขณะที่ 25.9% ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่า ยังไม่ได้รับคำขอให้ชะลอการนำเข้าแรงงานแต่อย่างใด
ท่าเรือเกาสง (ภาพจากการท่าเรืองเกาสง)
เมื่อถามถึงโอกาสที่นโยบายภาษีของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจจัดหางานหรือไม่ อย่างไร พบว่า 51.9% ของผู้ตอบแบบสอบถามประเมินว่า มีโอกาสสูงมากที่จะได้รับผลกระทบ อีก 25.9% เห็นว่ามีความเป็นไปได้ ส่วนที่เหลืออีก 22.2% มองว่า มีโอกาสน้อยหรือไม่มีเลย แสดงให้เห็นว่าภาคธุรกิจจัดหางานตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อห่วงโซ่อุปทานแรงงานโดยรวม
ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคอุตสาหกรรมไต้หวัน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดั้งเดิม....
ตอนอื่นในรายการนี้