ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568
0:000:00
รายละเอียดตอน
1. ผลสำรวจพบ แรงงานต่างชาติในไต้หวันตกเป็นเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพเพิ่มมากขึ้น เกือบ 1 ใน 3 เคยถูกนายหน้าเถื่อนหลอก แต่มีเพียง 13.7% แจ้งความ
ชาวต่างชาติในไต้หวัน ซึ่งรวมแรงงานต่างชาติ ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ นักศึกษาและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ประมาณการว่ามีกว่า 1.4 ล้านคน ในจำนวนนี้ มีส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนน้อยและมักจะเป็นแรงงานต่างชาติที่กลายเป็นเครื่องมือของแก๊งมิจฉาชีพ ด้วยการขายบัญชีธนาคาร บัตร ATM และซิมโทรศัพท์ แต่มีจำนวนมากที่ตกเป็นผู้เสียหายของแก๊งมิจฉาชีพ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา สมาคมพี่น้องชาวอาเซียนในไต้หวัน (South East Asian Sisters Association Taiwan) เผยแพร่รายงานสำรวจฉบับแรกเรื่อง ความเสี่ยงจากการฉ้อโกงเชิงโครงสร้างต่อผู้ย้ายถิ่นและแรงงานต่างชาติในไต้หวัน พบว่ากลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติต้องเผชิญความเสี่ยงถูกฉ้อโกงจากช่องโหว่ของนโยบายรัฐ ประมาณ 30% ของผู้ตอบแบบสอบถามเคยถูกหลอกจากนายหน้าจัดหางาน ขณะที่มีเพียง 13.7% ของผู้เสียหายที่เลือกแจ้งความกับตำรวจ สะท้อนให้เห็นข้อจำกัดของกลไกและช่องทางในการรับเรื่องร้องเรียน ทั้งในด้านภาษาและความไว้วางใจ
สมาคมพี่น้องชาวอาเซียนในไต้หวัน จัดแถลงข่าวเผยแพร่รายงานสำรวจฉบับแรกเรื่อง ความเสี่ยงจากการฉ้อโกงเชิงโครงสร้างต่อผู้ย้ายถิ่นและแรงงานต่างชาติในไต้หวัน (ภาพจากสมาคมพี่น้องชาวอาเซียนในไต้หวัน)
โจวฮุ่ยอิ๋ง เลขาธิการสมาคมฯ ระบุว่า แม้รัฐบาลจะรายงานสถิติการฉ้อโกงรายวันสูงกว่า 500 คดี และความเสียหายคิดเป็นมูลค่าหลายร้อยล้านเหรียญไต้หวัน แต่ข้อมูลเหล่านี้ กลับไม่ได้รวมความเสียหายของแรงงานต่างชาติ การสำรวจพบว่า 28% ของผู้ตอบแบบสอบถามเคยตกเป็นเหยื่อถูกนายหน้าหลอกลวง เช่น มีผู้แอบอ้างเป็นนายหน้ามาเก็บค่าย้ายงาน 30,000–50,000 เหรียญไต้หวัน อ้างว่าจะช่วยจัดหางานที่ได้รับค่าจ้างสูงขึ้น หรือช่วยจัดทำเอกสารการย้ายงานและประวัติการสมัครงาน แต่เมื่อไปถึงสถานที่ทำงานจริง กลับพบว่าไม่มีข้อมูลการจ้างงานอยู่ในระบบ
สำรวจพบ กลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติต้องเผชิญความเสี่ยงถูกฉ้อโกงจากช่องโหว่ของนโยบายรัฐ 28% ของผู้ตอบแบบสอบถามเคยตกเป็นเหยื่อถูกนายหน้าหลอกลวง (ภาพจากสมาคมพี่น้องชาวอาเซียนในไต้หวัน)
การหลอกลวงลักษณะนี้ มักใช้ข้ออ้างเรื่อง “การเปลี่ยนนายจ้าง” “การจัดทำเอกสารถูกกฎหมาย” หรือ “การหางานค่าจ้างสูง” ล่อให้แรงงานต่างชาติจ่ายเงิน แต่สุดท้ายอาจต้องไปทำงานผิดกฎหมายในตลาดแรงงานเถื่อน หรือไม่มีงานทำเลย
แรงงานต่างชาติมักจะถูกหลอกเรื่องการเปลี่ยนนายจ้าง การจัดทำเอกสารถูกกฎหมายหรือการหางานค่าจ้างสูง ล่อให้แรงงานต่างชาติจ่ายเงิน สุดท้ายไปทำงานผิดกฎหมายหรือไม่มีงานทำเลย
นอกจากนี้ ยังพบรูปแบบการฉ้อโกงอื่น ๆ เช่น 32.5% ถูกหลอกโดยแอบอ้างชื่อญาติหรือเพื่อนสนิท 18.1% ถูกหลอกรักออนไลน์ 17.3% สูญเสียข้อมูลส่วนบุคคลจากการสมัครรับของรางวัลหรือกิจกรรมส่งเสริมการขาย และ 11.9% เคยถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงจากการให้ยืมใช้หรือขายบัญชีธนาคาร
แรงงานต่างชาติมักจะถูกหลอกเรื่องการเปลี่ยนนายจ้าง การจัดทำเอกสารถูกกฎหมายหรือการหางานค่าจ้างสูง ล่อให้แรงงานต่างชาติจ่ายเงิน สุดท้ายไปทำงานผิดกฎหมายหรือไม่มีงานทำเลย
เมื่อถามว่า ทำไมมิจฉาชีพจึงได้รับความไว้วางใจจากเหยื่อ 28.5% ตอบว่าเคยถูกหลอกโดยแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐหรือบริษัทชื่อดัง และ 20.9% ระบุว่าเคยเห็นมิจฉาชีพใช้เอกสารหรือบัตรประจำตัวที่ปลอมแปลงได้อย่างแนบเนียน
แรงงานต่างชาติมักจะถูกหลอกเรื่องการเปลี่ยนนายจ้าง การจัดทำเอกสารถูกกฎหมายหรือการหางานค่าจ้างสูง ล่อให้แรงงานต่างชาติจ่ายเงิน สุดท้ายไปทำงานผิดกฎหมายหรือไม่มีงานทำเลย
การสำรวจยังพบว่า ผู้เสียหายส่วนใหญ่หรือ 33% จะขอความช่วยเหลือจากเพื่อนหรือคนชาติเดียวกันก่อน รองลงมาหรือ 23% ติดต่อหน่วยงานแรงงาน เช่น กองแรงงาน สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 หรือหน่วยงานเกี่ยวกับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ และ 16.86% พยายามแก้ปัญหาด้วยตนเองหรือปล่อยผ่าน มีเพียง 13.7% เท่านั้นที่เลือกแจ้งความกับตำรวจ สาเหตุหนึ่งมาจากความไม่พร้อมด้านภาษา ความเข้าใจในวัฒนธรรม และความไว้วางใจต่อหน่วยงานรัฐ
สำรวจพบ 32.5% ถูกหลอกโดยแอบอ้างชื่อญาติหรือเพื่อนสนิท 18.1% ถูกหลอกรักออนไลน์ 17.3% สูญเสียข้อมูลส่วนบุคคลจากการสมัครรับของรางวัลหรือกิจกรรมส่งเสริมการขาย และ 11.9% เคยถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงจากการให้ยืมใช้หรือขายบัญชีธนาคาร
สมาคมพี่น้องชาวอาเซียนในไต้หวันกล่าวว่า หากรัฐบาลยังคงละเลย ไม่ได้รวมผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติอยู่ในระบบและสถิติการปราบปรามการฉ้อโกง เหยื่อเหล่านี้จะไม่ใช่เพียงกรณีเฉพาะ แต่จะกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ระบบปล่อยปละละเลย
สื่อประชาสัมพันธ์เตือนให้ระวังถูกหลอกให้รับรางวัลจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน
สมาคมพี่น้องชาวอาเซียนในไต้หวันเสริมว่า ช่องทางแจ้งความและร้องเรียนยังเป็นภาษาจีนทั้งหมด ทำให้แรงงานต่างชาติเข้าถึงได้ยาก แม้จะเคยเรียกร้องให้รัฐบาลสำรวจสถานการณ์การฉ้อโกงในกลุ่มแรงงานต่างชาติโดยเฉพาะ แต่ข้อมูลในแดชบอร์ดปราบการฉ้อโกงของรัฐยังเน้นที่การหลอกลงทุนหรือชอปปิงออนไลน์ ซึ่งต่างจากผลสำรวจครั้งนี้อย่างมาก และอาจทำให้การจัดทำนโยบายในประเด็นนี้เกิดความคลาดเคลื่อน
สื่อประชาสัมพันธ์เตือนให้ระวังอย่าขายหรือให้คนอื่นนำบัญชีธนาคารไปใช้ จากสำนักงานตำรวจ กระทรวงมหาดไทย
ด้านอู๋จิ้งหรู นักวิจัยสมาคมแรงงานนานาชาติไต้หวัน (TIWA) วิจารณ์ว่า แรงงานต่างชาติไม่สามารถเปลี่ยนนายจ้างได้อย่างเสรี ขณะที่ศูนย์จ้างตรงของรัฐก็ขาดประสิทธิภาพด้านการจับคู่ ทำให้โอกาสงานถูกผูกขาดโดยนายหน้าและบริษัทจัดหางาน เป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงถูกหลอก อีกทั้งรัฐบาลยังขาดความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อรับมือกลโกงรูปแบบใหม่....
ตอนอื่นในรายการนี้