แรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 12 กันยายน 2568

จากรายการ แรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่
0:000:00
ดาวน์โหลดบน App Store (iPhone) ดาวน์โหลดบน Google Play (Android)
รายละเอียดตอน
1. ยอดโอนเงินกลับประเทศของแรงงานต่างชาติพุ่ง ครึ่งปีแรกแตะ 63,000 ล้านเหรียญไต้หวัน คาดทั้งปีสูงกว่าปีก่อน คณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงิน (FSC) ของไต้หวันเปิดเผยสถิติว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 30 มิถุนายน 2568 มูลค่าธุรกรรมการโอนเงินกลับประเทศแบบรายย่อยหรือแบบผ่านแอปพลเคชันของแรงงานต่างชาติในครึ่งปีแรกปีนี้ มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 60,274 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 6 เดือนแรกปีนี้ แรงงานต่างชาติโอนเงินกลับบ้านผ่านแอปของผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต มีมูลค่ารวม 60,274 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 49% FSC ระบุว่า ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 มีบริษัทโอนเงินที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการโอนเงินต่างประเทศสำหรับแรงงานต่างชาติทั้งหมด 5 ราย จำนวนลูกค้ารวมประมาณ 870,000 ราย โดยคาดว่ามูลค่าการโอนเงินของแรงงานต่างชาติตลอดทั้งปีนี้จะสูงกว่า 84,189 ล้านเหรียญไต้หวันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการที่บริษัทต่าง ๆ ขยายบริการอย่างต่อเนื่อง และแรงงานต่างชาติมีความคุ้นเคยกับวิธีการโอนเงินรูปแบบนี้มากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณธุรกรรมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 6 เดือนแรกปีนี้ แรงงานต่างชาติโอนเงินกลับบ้านผ่านแอปของผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต มีมูลค่ารวม 60,274 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 49% ข้อมูลสถิติของ FSC ชี้ว่า ครึ่งปีแรกของปี 2568 มูลค่าธุรกรรมโอนเงินต่างประเทศรายย่อยของแรงงานต่างชาติรวม 60,274 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 49% เมื่อเทียบกับปีก่อน โฆษก FSC ระบุว่า ในปี 2567 ยอดรวมทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 84,200 ล้านเหรียญไต้หวัน แต่ปีนี้เพียงครึ่งปีแรกก็เกือบแตะ 60,300 ล้านเหรียญแล้ว คาดว่าตลอดทั้งปีจะสูงกว่าปีที่แล้ว ปัจจัยสำคัญคือการขยายธุรกิจของบริษัทโอนเงินและการที่แรงงานต่างชาติคุ้นเคยกับโอนเงินผ่านแอปมากขึ้น โดยปัจจุบัน FSC อนุญาตผู้ให้บริการโอนเงินแบบรายย่อยผ่านแอปสำหรับแรงงานต่างชาติแล้ว 5 ราย ได้แก่ Qpay, Digital Idea, Thaimoney, May God และ Remitech Finance International โดยในจำนวนนี้มีเพียง Qpay และ Thaimoney ที่เปิดให้บริการโอนเงินผ่านแอปแก่แรงงานไทย ส่วน May God อยู่ระหว่างเตรียมการให้บริการแรงงานไทย และเพื่อให้แรงงานต่างชาติมีโอกาสเลือกใช้บริการมากขึ้น FSC ระบุว่า ยังมีผู้ให้บริการอีกหลายรายที่อยู่ระหว่างยื่นขอ แรงงานไทยในโรงงานเย็บผ้าที่นิคมอุตสาหกรรมกุยซาน นครเถาหยวน (ภาพจาก Rti) ทั้งนี้ FSC ได้ประกาศและบังคับใช้ข้อกำหนดการจัดการธุรกรรมโอนเงินต่างประเทศแบบรายย่อยสำหรับแรงงานต่างชาติ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ทำให้แรงงานต่างชาติสามารถใช้บริการบริษัทโอนเงินที่ได้รับอนุญาตเพื่อส่งรายได้จากการทำงานในไต้หวันกลับประเทศบ้านเกิดได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย แทนการโอนเงินผ่านช่องทางผิดกฎหมายที่มีความเสี่ยงสูง แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน) นางสาวเซี่ยงสูเหวิน หัวหน้าฝ่ายระบบชำระเงินและธุรกรรมหลักทรัพย์ของ FSC อธิบายว่า บริษัทที่ได้รับอนุญาตสามารถใช้แอปตรวจสอบบัตรถิ่นที่อยู่หรือบัตร ARC ของแรงงานต่างชาติได้โดยไม่ต้องให้ลูกค้าไปที่เคาน์เตอร์ธนาคาร โดยแรงงานต่างชาติสามารถทำรายการโอนเงินผ่านแอปของผู้ให้บริการ เมื่อไปจ่ายเงินที่ร้านสะดวกซื้อแล้ว ระบบจะโอนเงินกลับประเทศได้โดยตรงทันทีผ่านธนาคารคู่ค้าในประเทศปลายทาง ทำให้การโอนเงินรวดเร็วไม่ต้องรอเหมือนการโอนเงินผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างสถานีซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าที่ถูเฉิง นครนิวไทเป อย่างไรก็ตาม การโอนเงินผ่านแอปดังกล่าวจะเป็นแบบทางเดียวเท่านั้น คือจากไต้หวันไปยังประเทศปลายทาง และมีการจำกัดจำนวนเงิน โดยกำหนดให้แต่ละรายการไม่เกิน 30,000 เหรียญไต้หวัน จำกัดเดือนละไม่เกิน 50,000 เหรียญ หากแรงงานต้องการโอนเกินจำนวนดังกล่าว จะต้องใช้บริการผ่านแอปของหลายบริษัท แต่รวมทั้งปีไม่เกิน 500,000 เหรียญ FSC ระบุว่า ปัจจุบันไต้หวันมีแรงงานต่างชาติประมาณ 830,000 คน โดยมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 20,000–30,000 เหรียญ หากทุกคนโอนเงินกลับบ้านเดือนละ 10,000 เหรียญ จะรวมเป็นเงินถึง 8,300 ล้านต่อเดือน หรือมากกว่า 85,000 ล้านเหรียญต่อปี แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างสะพานตั้นเจียง (ภาพจาก Kung Sing Engineering Corporation) อย่างไรก็ตาม ยอดจำนวนเงินที่อนุญาตให้โอนกลับประเทศข้างต้น จำกัดเฉพาะบริษัทรับโอนเงินแบบรายย่อยสำหรับแรงงานต่างชาติที่โอนผ่านแอปเท่านั้น ไม่รวมการไปโอนเงินผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร ซึ่งสามารถโอนได้เช่นกันและไม่นับรวมยอดจำนวนเงินที่อนุญาตให้โอนกลับประเทศผ่านแอปพลิเคชัน เพียงแต่ว่าการโอนในจำนวนที่มากกว่ารายได้ ธนาคารจะให้แสดงหลักฐานแหล่งที่มาของเงิน เช่นเงินชดเชยจากกองทุนประกันภัยแรงงาน เงินโบนัสจากนายจ้างหรือหลักฐานแสดงการทำโอทีในเดือนนั้น ๆ เนื่องจากการไปโอนเงินผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร ต้องเป็นไปตามกฎระเบียบธนาคารและกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 2. แรงงานไทยซดเบียร์ 3 ขวด เมาแล้วขี่รถจักรยานไฟฟ้าพาเพื่อนชนรถเก๋ง ศาลไต้หวันสั่งจำคุก 3 เดือน ปรับอีก 10,000 เหรียญ อนุญาตให้อยู่ทำงานต่อ เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา ศาลท้องถิ่นเหมียวลี่ มีคำพิพากษาลงโทษนายไพศาล (นามสมมติ) แรงงานไทย จำคุก 3 เดือน และปรับเป็นเงิน 10,000 เหรียญไต้หวัน หลังจากถูกจับกุมในคดีเมาแล้วขับเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยศาลให้สิทธิจำเลยสามารถชำระค่าปรับแทนโทษจำคุกหรือทำงานบริการสังคมแทนการจำคุกได้ในอัตราค่าปรับ 1,000 เหรียญต่อ 1 วัน รวมทั้งหมดต้องจ่าย 100,000 เหรียญ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 9 ธันวาคมปีที่แล้ว นายไพศาล ซึ่งเป็นแรงงานไทยทำงานอยู่ที่เมืองเหมียวลี่ ได้ดื่มเบียร์จำนวน 3 ขวดในห้องพักตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 17.00 น.....
ตอนอื่นในรายการนี้

ดูทุกตอน →