แรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 19 กันยายน 2568

จากรายการ แรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่
0:000:00
ดาวน์โหลดบน App Store (iPhone) ดาวน์โหลดบน Google Play (Android)
รายละเอียดตอน
1. สภาอุตสาหกรรมไต้หวันจี้รัฐขยายระยะเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติ แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน กระทรวงแรงงานยันต้องคุ้มครองแรงงานท้องถิ่น กันฉุดค่าจ้างต่ำ แม้การส่งออกจะเผชิญปัญหาหลายด้าน แต่ผู้ประกอบการไต้หวันยังคงประสบปัญหารุนแรงจากภาวะขาดแคลนแรงงาน เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา สภาอุตสาหกรรมไต้หวันได้เผยแพร่ "สมุดปกขาวปี 2568" ภายใต้หัวข้อ "ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจโลกบนฐานรากไต้หวันในบริบทใหม่" ซึ่งได้ยกประเด็นและข้อเสนอแนะ 9 ด้าน โดยในส่วนของนโยบายแรงงานต่างชาติ สภาฯ เสนอ 5 ข้อหลัก ได้แก่ : แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างสถานีซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าที่เขตถูเฉิง นครนิวไทเป (ภาพจาก Rti) 1. ผ่อนคลายข้อจำกัดสาขาและประเภทอุตสาหกรรมที่จ้างแรงงานต่างชาติ เพื่อบรรเทาวิกฤตแรงงานขาดแคลน 2. เพิ่มอัตราส่วนโควตาการอนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติ พร้อมลดภาระเงินสมทบกองทุนคุ้มครองการทำงานของแรงงานท้องถิ่นที่นายจ้างต้องชำระ 3. ขยายระยะเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติในไต้หวัน จากปัจจุบันที่กฎหมายกำหนดไม่เกิน 12 ปีสำหรับภาคการผลิตและ 14 ปีสำหรับภาคสวัสดิการสังคม พร้อมหาแหล่งที่มาของแรงงานต่างชาติประเทศใหม่ 4. เปิดให้แรงงานต่างชาติทำงานแบบจ้างเหมาบริการเช่นในภาคการเกษตรมาใช้ในภาคการก่อสร้าง เพื่อแก้ปัญหาขาดแรงงาน 5. รัฐบาลควรเจรจาโดยตรงกับประเทศผู้ส่งออกแรงงาน เพื่อลดภาระค่าบริการจัดหางานที่แรงงานต่างชาติต้องแบกรับตั้งแต่ต้นทาง แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างอาคารของการเคหะ นครนิวไทเป (ภาพจาก Rti) จากการสำรวจล่าสุดของสภาอุตสาหกรรม ปัญหาแรงงานขาดแคลนขึ้นอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหาร โลหะ วัสดุก่อสร้าง และการก่อสร้าง ซึ่งความต้องการแรงงานถือว่ารุนแรงที่สุด นายจันเจิ้งเถียน รองประธานสภาอุตสาหกรรมไต้หวันกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “หากไม่มีแรงงาน โรงงานก็เดินเครื่องไม่ได้ นี่คือความจริงที่อุตสาหกรรมดั้งเดิมกำลังเผชิญ” เขาอธิบายว่า วิกฤตเด็กเกิดน้อยทำให้คนรุ่นใหม่ไม่ต้องการทำงานในโรงงาน โดยเฉพาะตำแหน่งที่ใช้แรงงานหนัก เช่น แบกหามหรือกะกลางคืน เขากล่าวว่า “ลูกหลานในครอบครัวไม่ยอมไปทำงานโรงงานอีกแล้ว หากไม่มีแรงงานต่างชาติ โรงงานอยู่ไม่ได้จริง ๆ” แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้าง รองประธานสภาอุตสาหกรรมไต้หวันผู้นี้กล่าวอีกว่า ปัจจุบันแรงงานต่างชาติจำนวนมากถูกจำกัดทำงานอยู่ในสถานประกอบการที่เป็นงานหนัก สกปรก และอันตราย หรือที่เรียกว่ากิจการ 3K รวมถึงบางอุตสาหกรรมการผลิตเท่านั้น แต่ความต้องการแรงงานจริงมีมากกว่านั้น จึงควรเปิดให้ภาคอุตสาหกรรมดั้งเดิมเข้าถึงแรงงานต่างชาติได้มากขึ้น เพื่อรักษากำลังการผลิต นอกจากนี้ ภาระของการชำระเงินสมทบเข้ากองทุนคุ้มครองการทำงานของแรงงานท้องถิ่นที่นายจ้างต้องจ่ายรายเดือนถือว่าหนักและขาดความโปร่งใส เสมือนเพิ่มต้นทุนการดำเนินงาน จึงควรปรับลดเพื่อไม่ให้บั่นทอนศักยภาพในการแข่งขัน แรงงานไทยในโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในเขตหยางเหมย นครเถาหยวน (ภาพจาก Rti) ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่ง ได้แก่การที่แรงงานต่างชาติจำนวนมาก ซึ่งมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญงานในโรงงาน กลับต้องเดินทางกลับประเทศเมื่อครบกำหนดระยะเวลาทำงาน 12 ปี แล้วให้นายจ้างนำเข้าแรงงานคนใหม่มาฝึกฝนต่อไป ทำให้การสูญเสียแรงงานที่มีทักษะฝีมือ และอาจก่อให้เกิดปัญหาการหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย สภาฯ จึงเสนอให้ขยายเวลาทำงาน รวมถึงจัดให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อรักษาแรงงานต่างชาติที่มีทักษะฝีมือไว้ในระบบ แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้าง สำหรับภาคก่อสร้าง สภาฯ เสนอให้นำระบบจ้างเหมาบริการในภาคการเกษตรมาใช้ เพื่อให้มีการจัดสรรแรงงานข้ามไซต์งานตามความจำเป็น ลดปัญหาขาดแคลนเฉพาะหน้า ขณะเดียวกัน แรงงานต่างชาติจำนวนมากยังต้องเผชิญภาระค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวที่บริษัทจัดหางานเรียกเก็บตั้งแต่ก่อนการเดินทาง ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่สูงจนบางคนทำงานทั้งปียังไม่พอชำระหนี้ สภาฯ จึงเสนอให้รัฐบาลเจรจากับประเทศผู้ส่งออกแรงงานโดยตรง เพื่อป้องกันการถูกเอาเปรียบ แรงงานไทยเป็นกำลังแรงงานกลุ่มหลักในไซต์งานก่อสร้างของไต้หวัน ต่อข้อเสนอข้างต้น กระทรวงแรงงานออกแถลงการณ์ตอบรับว่า การแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานจะยึดหลัก “คุ้มครองการจ้างงานของแรงงานในประเทศก่อน” และ “ป้องกันการกดค่าจ้างต่ำ” เป็นสำคัญ โดยระบุว่า การปรับนโยบายแรงงานต่างชาติทุกครั้งจะอยู่บนหลักการนี้ กระทรวงแรงงานยังกล่าวด้วยว่า จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประเมินความต้องการแรงงานและทักษะของแต่ละอุตสาหกรรม ควบคู่กับการส่งเสริมให้แรงงานในประเทศเข้าสู่ภาคการผลิต เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิแรงงานท้องถิ่นและการตอบสนองต่อความต้องการแรงงานของอุตสาหกรรม 2. ทลายแก๊งแรงงานเวียดนามจับมือมาเฟียไต้หวัน รับซื้อบัญชีม้าจากเพื่อนร่วมชาติไว้ฟอกเงิน เปิดเว็บชอปหลอกเหยื่อ ยึดทรัพย์กว่า 12 ล้าน จับ 15 คน ขบวนการมิจฉาชีพมีการจับมือกันหลายฝ่ายและใช้เทคนิคกลโกงที่นับวันมีความซับซ้อนแนบเนียนมากขึ้น กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม สำนักงานตำรวจไต้หวันเปิดเผยว่า ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติซึ่งมีแรงงานเวียดนามเป็นแกนนำ ได้ร่วมมือกับแก๊งมาเฟียในเถาหยวน สร้างเครือข่ายฉ้อโกงและฟอกเงินครบวงจร โดยมีทั้งการรับซื้อบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มของแรงงานเวียดนามทั่วไต้หวัน ส่งต่อให้แก๊งมาเฟียท้องถิ่นอย่างหงเหรินฮุ่ย ใช้ในการหลอกลวง เมื่อเหยื่อหลงกล แรงงานเวียดนามกลุ่มที่รับผิดชอบกดเงินจากตู้เอทีเอ็มจะออกปฏิบัติการและนำเงินที่หลอกลวงได้ไปผ่าน “ห้องฟอกเงิน” ของแก๊งพระอาทิตย์ ตำรวจบุกจับแก๊งแรงงานเวียดนามจับมือมาเฟียไต้หวัน รับซื้อบัญชีม้าจากเพื่อนร่วมชาติไว้ฟอกเงิน โดยเปิดเว็บชอปปลอมหลอกเหยื่อ (ภาพจาก กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม)....
ตอนอื่นในรายการนี้

ดูทุกตอน →