แรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม 2568

จากรายการ แรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่
0:000:00
ดาวน์โหลดบน App Store (iPhone) ดาวน์โหลดบน Google Play (Android)
รายละเอียดตอน
1. สหรัฐฯ แบนสินค้าจาก Giant ยักษ์ใหญ่จักรยานไต้หวัน ปมบังคับใช้แรงงาน นักวิชาการเตือน หากไม่เร่งแก้ปัญหาการจ้างแรงงานต่างชาติอย่างเป็นธรรม เสี่ยงกระทบทุกบริษัทส่งออก สหรัฐอเมริกาออกมาตรการระงับการนำเข้าสินค้าจากบริษัท Giant Group ผู้ผลิตจักรยานรายใหญ่ของโลกสัญชาติไต้หวัน ภายหลังสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) สรุปผลการสอบสวนว่าบริษัทมีพฤติกรรมเข้าข่ายบังคับใช้แรงงาน การเคลื่อนไหวครั้งนี้ สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อวงการอุตสาหกรรมส่งออกของไต้หวันอย่างมาก และอาจกลายเป็นสัญญาณเตือนแก่ผู้ประกอบการทุกรายที่ต้องพึ่งพาตลาดโลก Giant ยักษ์ใหญ่จักรยานไต้หวัน หันกลับมาว่าจ้างแรงงานไทยอีกครั้ง โดยใช้นโยบายแรงงานไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ปัจจุบันนำเข้าแรงงานไทยแล้ว 400 คน จากการว่าจ้างแรงงานต่างชาติทั้งหมด 500 คน (ภาพจากเว็บ Giant Group) รายงานระบุว่า CBP พบพฤติกรรมละเมิดตามเกณฑ์ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) อาทิ ปล่อยให้บริษัทจัดหางานต้นทางเรียกรับค่าบริการหรือค่าหัวคิวที่แพง สภาพแวดล้อมในที่พักย่ำแย่และบังคับให้ทำงานล่วงเวลาเกินควร ฯลฯ เนื่องจากไต้หวันและสหรัฐฯ กำลังอยู่ระหว่างเจรจาการค้าและภาษีศุลกากร การที่วอชิงตันชี้เป้าไปยัง Giant โดยตรง ย่อมสะท้อนท่าทีว่าฝ่ายสหรัฐฯ มองว่าบริษัทได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยวิธีการเอาเปรียบแรงงาน Giant ยักษ์ใหญ่จักรยานไต้หวัน หันกลับมาว่าจ้างแรงงานไทยอีกครั้ง โดยใช้นโยบายแรงงานไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ปัจจุบันนำเข้าแรงงานไทยแล้ว 400 คน จากการว่าจ้างแรงงานต่างชาติทั้งหมด 500 คน (ภาพจากเว็บ Giant Group) ต่อปัญหาข้างต้น ศาสตราจารย์ซิน ปิ่งหลง จากสถาบันการพัฒนาระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยไต้หวัน วิเคราะห์ว่า ประเด็นหลักที่สหรัฐฯ เน้นคือ การนำเข้าและจ้างแรงงานต่างชาติอย่างเป็นธรรม และเมื่อประเด็นนี้ถูกนำมาเชื่อมโยงกับการค้า เป็นสัญญาณเตือนว่า ผู้ส่งออกทุกรายของไต้หวันจะละเลยไม่ได้เด็ดขาด เขาเตือนว่า หากไม่เร่งดำเนินมาตรการ เช่น การทำให้แรงงานต่างชาติเดินทางเข้ามาทำงาน โดยไม่ต้องเสียค่าหัวคิวและใช้จ่ายต่าง ๆ ตามมาตรฐานสากลหรือระบบ RBA บริษัทส่งออกจะเผชิญความเสี่ยงจากมาตรการลงโทษเหมือนกรณี Giant Giant ยักษ์ใหญ่จักรยานไต้หวัน หันกลับมาว่าจ้างแรงงานไทยอีกครั้ง โดยใช้นโยบายแรงงานไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ปัจจุบันนำเข้าแรงงานไทยแล้ว 400 คน จากการว่าจ้างแรงงานต่างชาติทั้งหมด 500 คน (ภาพจากเว็บ Giant Group) นักวิชาการชี้ว่า บริษัทในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก โดยเฉพาะผู้ผลิตให้กับแบรนด์ยักษ์ใหญ่ เช่น Apple ถูกกำหนดให้ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานหลักจรรยาบรรณแห่งพันธมิตรธุรกิจผู้มีความรับผิดชอบ (Responsible Business Alliance) เรียกย่อว่ามาตรฐาน RBA ซึ่งครอบคลุมสิทธิแรงงาน ความปลอดภัย สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และจริยธรรม โดยบริษัทแม่ยังมักส่งทีมงานมาตรวจสอบโรงงานผู้ผลิตเป็นระยะ ระบบนี้ บริษัทในไต้หวันขนาดใหญ่หลายแห่งเริ่มนำมาใช้แล้ว อย่างไรก็ตาม หากบังคับใช้อย่างจริงจัง การจ้างแรงงานต่างชาติแบบนายจ้างจ่ายค่าหัวคิวและค่าใช้จ่ายทุกอย่าง จะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นราวปีละ 100,000 เหรียญไต้หวันต่อแรงงานต่างชาติหนึ่งคน ซึ่งอาจเป็นภาระหนักต่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก นักวิชาการเตือน หากไม่เร่งแก้ปัญหาการจ้างแรงงานต่างชาติอย่างเป็นธรรม เสี่ยงกระทบทุกบริษัทส่งออก (ภาพจาก An Rong Xu for The New York Times) ด้านศาสตราจารย์ อู๋ต้าเริ่น จากภาควิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย NCU ให้ความเห็นว่า กรณี Giant ถือเป็นสัญญาณเตือนครั้งสำคัญ เพราะที่ผ่านมาไต้หวันไม่ค่อยถูกจับตาในด้านการละเมิดสิทธิแรงงาน แต่การที่ CBP ลงมือแบนบริษัทไต้หวันอย่างเป็นทางการ ย่อมหมายถึงว่าสหรัฐฯ เริ่มหันมาโฟกัสประเด็นนี้ หากมีบริษัทอื่น ๆ ถูกตรวจสอบเพิ่มเติม ไม่ว่าจะอุตสาหกรรมดั้งเดิมหรือไฮเทค ล้วนหลีกเลี่ยงไม่พ้นในเรื่องแรงกดดัน Giant ยักษ์ใหญ่จักรยานไต้หวัน ถูกสหรัฐฯ แบนสินค้า จาก ปมบังคับใช้แรงงาน (ภาพจากเว็บ Giant Group) ด้าน ศาสตราจารย์ ชิวต๋าเซิง กรรมการบริหารสมาคมการค้าอุตสาหกรรมเอเชียแปซิฟิกอธิบายว่า กรณีนี้สะท้อนปรากฏการณ์การคุ้มครองรูปแบบใหม่ที่นานาชาติใช้กัน คือการกีดกันการค้าโดยใช้เงื่อนไขด้านแรงงาน (Blue Protectionism) และ การกีดกันการค้าโดยใช้เงื่อนไขด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือ Green Protectionism ประเทศที่เน้นการผลิตเพื่อการส่งออก เช่น ไต้หวันย่อมได้รับผลกระทบโดยตรง เขาเปรียบเทียบว่า ที่ผ่านมาสินค้าจากมณฑลซินเจียงของจีนแผ่นดินใหญ่ มาเลเซีย และไทย ต่างเคยถูกสหรัฐฯ สั่งระงับนำเข้าสินค้า ด้วยข้อกล่าวหาลักษณะเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นฝ้าย ถุงมือยาง หรือผลิตภัณฑ์ประมง อาคารสำนักงานใหญ่ของ Giant Group ที่นครไทจง (ภาพจากเว็บ Giant Group) กรณี Giant ถูกแบน ไม่เพียงกระทบต่อบริษัทเพียงรายเดียว แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า “มาตรฐานแรงงาน” ได้ถูกยกระดับขึ้นเป็นเงื่อนไขการค้าในระดับโลก ผู้ประกอบการไต้หวันทุกรายที่พึ่งพาการส่งออก โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ จำเป็นต้องปรับตัวอย่างจริงจัง มิฉะนั้นอาจต้องเผชิญบทลงโทษที่รุนแรงยิ่งกว่าในอนาคต อาคารสำนักงานใหญ่ของ Giant Group ที่นครไทจง (ภาพจากเว็บ Giant Group) เท่าที่ทราบ ปัจจุบัน Giant Group เจ้าของ Giant แบรนด์จักรยานระดับโลก มีฐานผลิตอยู่นครไทจง ว่าจ้างแรงงานต่างชาติประมาณ 500 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยประมาณ 400 คนและเวียดนามเหลืออีก 100 คน เดิมว่าจ้างแรงงานไทยทั้งหมด ต่อมาเนื่องจากแรงงานที่ประสงค์เดินทางมาทำงานในไต้หวันลดน้อยลง จึงหันไปนำเข้าแรงงานเวียดนาม แต่บริษัทเห็นว่า แรงงานไทยขยันและให้ความร่วมมือมากกว่า ประกอบกับปัจจุบันแรงงานไทยต้องการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันมากขึ้น ดังนั้นช่วง 2-3 ปีมานี้ บริษัทเริ่มเปลี่ยนมานำเข้าแรงงานไทยใหม่อีกครั้ง....
ตอนอื่นในรายการนี้

ดูทุกตอน →