ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2568
0:000:00
รายละเอียดตอน
1. ไต้หวันรั้งเทียร์ 1 ป้องกันค้ามนุษย์ดีเยี่ยมติดต่อกันเป็นปีที่ 16 ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของ กต. สหรัฐฯ ประจำปี 2568
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาประกาศรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี 2568 ระบุว่า ผลการประเมินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ทั่วโลกประจำปี 2568 ไต้หวันยังคงได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน "ระดับ 1" ยกย่องไต้หวันที่ดำเนินมาตรการต่าง ๆ ในการป้องกันและคุ้มครองเหยื่อค้ามนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ หรือเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด เป็นเวลาติดต่อกันเป็นปีที่ 16 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความสำเร็จในการดำเนินนโยบายด้านการป้องกันการค้ามนุษย์ของรัฐบาลไต้หวันที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
สื่อประชาสัมพันธ์การสกัดกั้นค้ามนุษย์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน
หลิวซื่อฟาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของไต้หวันชี้แจงว่า ไต้หวันได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการเสริมสร้างมาตรการรักษาความปลอดภัยด้านการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2567 ได้มีการแก้ไขกฎหมายป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างครอบคลุม รวมถึงดำเนินโครงการด้านประมงและสิทธิมนุษยชน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ
สื่อประชาสัมพันธ์การสกัดกั้นค้ามนุษย์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน
นอกจากนี้ ในรายงานของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ปีนี้ ได้เสนอแนวทางและคำแนะนำจำนวน 11 ประการเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการรับมือกับปัญหาการค้ามนุษย์ในไต้หวัน ซึ่งในจำนวนนี้มีการเสนอให้อนุญาตแรงงานต่างชาติเปลี่ยนนายจ้างระหว่างสัญญาได้โดยเสรี รวมถึงการขยายหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จากกรมประมงในการตรวจสอบแรงงานในเรือประมงระยะไกล การเสริมสร้างความรู้และการรับรู้กลุ่มบุคคลเปราะบาง เช่น นักศึกษาต่างชาติที่เข้ามาศึกษาในไต้หวัน ให้ได้รับการคุ้มครองสิทธิ์ขั้นพื้นฐานด้านแรงงาน รวมถึงการป้องกันการยึดเอกสารเดินทางอย่างพาสปอร์ตของแรงงานต่างชาติเป็นต้น และการเพิ่มความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในระดับนโยบายและการปฏิบัติงาน เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการรับมือและดำเนินการเจาะจงในแต่ละสถานการณ์
สื่อประชาสัมพันธ์การสกัดกั้นค้ามนุษย์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน
สำหรับแนวทางและคำแนะนำดังกล่าว ได้ถูกรวมอยู่ใน "แผนปฏิบัติการต่อต้านการแสวงหาผลประโยชน์และการป้องกันการละเมิดสิทธิ" ของปี 2568-2569 ซึ่งรัฐบาลไต้หวันได้ดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่องผ่านความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ อย่างเต็มที่
สื่อประชาสัมพันธ์การสกัดกั้นค้ามนุษย์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของไต้หวันกล่าวย้ำว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ยังให้ความสนใจและติดตามข้อมูลด้านสิทธิแรงงานของแรงงานต่างชาติอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานในภาคการประมง ภาคสวัสดิการสังคมโดยเฉพาะผู้อนุบาลในครัวเรือน และนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งรัฐบาลไต้หวันให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างเร่งด่วน ผ่านความร่วมมือในกรอบ "คณะกรรมการประสานงานด้านการป้องกันและการกำจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ" ของสภาบริหาร เพื่อประเมินและทบทวนแนวทางการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการบูรณาการทรัพยากรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการปราบปรามการค้ามนุษย์และคุ้มครองสิทธิ์ของผู้เสียหายอย่างเต็มที่ในทุกมิติ
สื่อประชาสัมพันธ์การสกัดกั้นค้ามนุษย์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน
รายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ (TIP Report) เป็นรายงานประจำปีที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ฯ จัดทำขึ้นตามกฎหมายสหรัฐฯ เพื่อเสนอต่อรัฐสภา เกี่ยวกับสถานการณ์ค้ามนุษย์ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยจัดอันดับประเทศต่าง ๆ ออกเป็น 3 ระดับชั้น (Tier) ตามลักษณะของการตอบสนองต่อการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ คือ
ระดับ 1 (Tier 1) หมายถึงประเทศที่มีการคุ้มครอง ป้องกันเหยื่อการค้ามนุษย์ และปฏิบัติตามกฎหมายตามมาตรฐานสากล ระดับชั้นที่ 2 (Tier 2) หมายถึง ประเทศที่ถูกจับตามอง และประเทศในระดับ 3 กลุ่มนี้เสี่ยงถูกสหรัฐตัดความช่วยเหลือและการสนับสนุนให้ได้รับทุนจากธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ
2. เมื่อค่าจ้างขั้นต่ำแซงหน้าค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือผู้อนุบาลในองค์กร นักวิชาการจี้รัฐทบทวนสัดส่วนค่าจ้างขั้นต่ำและค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ
ไต้หวันประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในปี 2569 เป็นเดือนละ 29,500 เหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 3.18% จากเดิม ซึ่งตัวเลขใหม่นี้ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในโครงสร้างค่าจ้างแรงงาน เพราะสูงกว่าค่าจ้างพื้นฐานของแรงงานกึ่งฝีมือในสถานดูแลผู้ป่วยที่กำหนดไว้เพียง 29,000 เหรียญไต้หวันเล็กน้อย สถานการณ์ดังกล่าวส่งสัญญาณว่า ถึงเวลาทบทวนโครงสร้างค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือและจัดทำสูตรอัตราส่วนระหว่างค่าจ้างขั้นต่ำกับค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมืออย่างเป็นระบบ
ภาพประกอบเป็นแรงงานกึ่งฝีมือชาวฟิลิปปินส์ที่โรงงานในจางฮั่ว (ภาพจาก newstaiwan.net)
ข้อมูลจากกระทรวงแรงงาน ณ สิ้นเดือนกันยายนระบุว่า ไต้หวันอนุมัติการยกระดับจากแรงงานทั่วไปเป็นแรงงานกึ่งฝีมือทั้งสิ้น 55,696 คน โดยกว่าครึ่งหนึ่งเป็นแรงงานในภาคสวัสดิการสังคม เช่น แรงงานกึ่งฝีมือที่ทำหน้าที่อนุบาลดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ 33,413 คน ขณะที่แรงงานกึ่งฝีมือในภาคการผลิตมีจำนวน 22,283 คน
ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงแรงงาน แรงงานต่างชาติที่จะยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ ต้องผ่านคุณสมบัติด้านใบรับรองวิชาชีพ การฝึกอบรม หรือหลักสูตรภาคปฏิบัติที่กำหนดไว้ในแต่ละสาขา สำหรับภาคสวัสดิการสังคมยังต้องผ่านการอบรมต่อเนื่อง หรือหลักสูตรเสริม รวมถึงแสดงความสามารถด้านการสื่อสารทางภาษาด้วย
นายวีรพันธ์ เสนาะพิน แรงงานไทยจากนครปฐม ได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ (ภาพจากศูนย์จัดหางานหูเหว่ย เมืองหยุนหลิน)....
ตอนอื่นในรายการนี้