ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2568
0:000:00
รายละเอียดตอน
1. ถึงคิวอุตสาหกรรมสิ่งทอ! ถูกองค์กรต่างประเทศกล่าวหาว่าปล่อยให้ บจง. เรียกเก็บค่าหัวคิวสูงถึง 6,000 USD. สภาตรวจสอบไต้หวันเปิดการสอบสวน
หลังจากจักรยานแบรนด์ดังของไต้หวันถูกสหรัฐอเมริกากล่าวหาว่าผู้ประกอบการปล่อยปละละเลยให้บริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าหัวคิวที่แพง จนถึงขั้นแบนสินค้า เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา สองกรรมการสภาตรวจสอบของไต้หวัน ได้แก่ จี้ฮุ่ยหรง และ หวังโย่วหลิง ได้เสนอให้เปิดการสอบสวนกรณีแรงงานต่างชาติในภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอของไต้หวัน ถูกองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนจากสหรัฐอเมริกาที่ชื่อว่า องค์กรเพื่อความโปร่งใสระหว่างประเทศ (Transparentem) ซึ่งดำเนินการสำรวจเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้และนำรายงานการตรวจสอบออกเผยแพร่ระบุว่า มีการละเมิดสิทธิแรงงานและการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในภาคอุตสาหกรรมดังกล่าว
องค์กรต่างประเทศกล่าวหานายจ้างในอุตสาหกรรมสิ่งทอปล่อยให้ บจง. เรียกเก็บค่าหัวคิวจากแรงงานต่างชาติสูงถึง 6,000 USD. (ภาพจาก LTN)
รายงานขององค์กรเพื่อความโปร่งใสระหว่างประเทศในหัวข้อ “การถอดเส้นใยแห่งความจริง : ปัญหาการแสวงหาประโยชน์แรงงานต่างชาติในอุตสาหกรรมสิ่งทอไต้หวัน” ได้อ้างอิงข้อมูลจากการสัมภาษณ์แรงงานต่างชาติกว่า 90 คน ซึ่งทำงานในบริษัทสิ่งทอและซัพพลายเออร์ที่เกี่ยวข้องในไต้หวัน ประกอบด้วยแรงงานเวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และไทย
องค์กรต่างประเทศกล่าวหานายจ้างในอุตสาหกรรมสิ่งทอปล่อยให้ บจง. เรียกเก็บค่าหัวคิวจากแรงงานต่างชาติสูงถึง 6,000 USD. (ภาพจาก LTN)
แรงงานที่ให้สัมภาษณ์เผยว่า เพื่อให้ได้มาทำงานในไต้หวัน พวกเขาต้องจ่ายค่าบริการจัดหางานให้นายหน้าหรือบริษัทจัดหางานเป็นจำนวนสูงถึง 6,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน ซึ่งเป็นอัตราที่สูงติดอันดับต้น ๆ เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่นำเข้าแรงงานต่างชาติ รายงานยังพบหลักฐานหลายกรณีที่เข้าข่ายการละเมิดสิทธิตามหลักขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) รวมถึงพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายการบังคับใช้แรงงาน ตามนิยามของ ILO ซึ่งการเข้าข่ายเพียงหนึ่งในเกณฑ์ก็ถือว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการบังคับใช้แรงงาน
องค์กรต่างประเทศกล่าวหานายจ้างในอุตสาหกรรมสิ่งทอปล่อยให้ บจง. เรียกเก็บค่าหัวคิวจากแรงงานต่างชาติสูงถึง 6,000 USD. (ภาพจาก peoplemedia.tw)
องค์กรเพื่อความโปร่งใสระหว่างประเทศระบุเพิ่มเติมในรายงานสำรวจว่า ภายหลังรายงานฉบับนี้เผยแพร่ ได้มีผู้ซื้อสินค้าหลายรายจากต่างประเทศออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลไต้หวันเร่งปรับปรุงกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของแรงงานต่างชาติ โดยในเดือนกันยายน 2567 บริษัทแบรนด์เสื้อผ้ากว่า 50 แห่ง ได้ร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึก เรียกร้องให้รัฐบาลไต้หวันดำเนินการปฏิรูปกฎหมายและนโยบายด้านแรงงาน จดหมายดังกล่าวจัดทำขึ้นโดยสมาคมผู้ผลิตเครื่องนุ่งห่มและรองเท้าแห่งอเมริกา (AAFA) และสมาคมแรงงานยุติธรรม (FLA) ซึ่งในจำนวนนี้มีอย่างน้อย 32 แบรนด์ที่อาจมีความเกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานกับบริษัทที่อยู่ในรายงานขององค์กรเพื่อความโปร่งใสระหว่างประเทศ
นครเถาหยวนเป็นแหล่งอุตสาหกรรมสิ่งทอที่สำคัญของไต้หวัน (ภาพจาก ctee.com.tw)
นอกจากนี้ ในเดือนเดียวกัน กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนกว่า 20 คน และองค์กรภาคประชาสังคมทั้งในและต่างประเทศ ยังได้ร่วมกันออกข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลไต้หวัน เพื่อเรียกร้องให้ดำเนินการเช่นเดียวกัน โดยเน้นให้คุ้มครองสิทธิมนุษยชนของแรงงานต่างชาติและสร้างระบบการจ้างงานที่โปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น
จี้ฮุ่ยหรง และหวังโย่วหลิง 2 กรรมการสภาตรวจสอบระบุว่า จากรายงานดังกล่าวพบว่า ผู้ประกอบการสิ่งทอบางรายอาจมีพฤติกรรมละเมิดกฎหมายมาตรฐานแรงงาน และกฎหมายการจ้างงานของไต้หวัน จึงเห็นควรให้มีการตรวจสอบว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการสืบสวนถึงสาเหตุรากเหง้าของปัญหานี้แล้วหรือไม่ รวมทั้งกำหนดมาตรการกำกับดูแลอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีการบังคับใช้แรงงาน และการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงานอีก
นครเถาหยวนเป็นแหล่งอุตสาหกรรมสิ่งทอที่สำคัญของไต้หวัน (ภาพจาก smiletaiwan.cw.com.tw)
ทั้งสองกรรมการยังย้ำว่า เรื่องนี้ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงานของแรงงานต่างชาติในอุตสาหกรรมสิ่งทอเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ระหว่างประเทศของไต้หวัน จึงจำเป็นต้องมีการสอบสวนอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยืนยันว่า ไต้หวันยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานแรงงานสากลอย่างแท้จริง
2. รมว. แรงงานไต้หวันชี้ ลูกจ้างลาป่วยไม่ควรถูกหักเบี้ยขยัน เตรียมออกมาตรการคุ้มครองสิทธิแรงงาน ไม่ให้ลูกจ้างลาป่วยอาจถูกปรับสูงสุด 1.5 ล้านเหรียญไต้หวัน
จากกรณีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสายการบินอีวีเอแอร์ (EVA Air) ล้มป่วยระหว่างปฏิบัติหน้าที่และเสียชีวิตหลังบินกลับถึงไต้หวัน ได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วจารณ์ถึงปัญหาการทำงานล่วงเวลาเกินกำหนดและการไม่อนุญาตให้ลูกจ้างลาหยุดของสายการบินดังกล่าว โดยเฉพาะในปีนี้เพียงปีเดียว บริษัทถูกปรับรวมเกือบ 3 ล้านเหรียญไต้หวัน สมาชิกสภานิติบัญญัติหลายรายวิจารณ์ว่า บริษัทเพิกเฉยต่อกฎหมายแรงงานอย่างสิ้นเชิง
ต่อประเด็นนี้ นายหงเซินฮั่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไต้หวัน กล่าวระหว่างการประชุมคณะกรรมาธิการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมของสภานิติบัญญัติว่า การที่นายจ้างตัดเบี้ยขยันของลูกจ้างเพียงเพราะลาป่วย เป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผล และไม่ควรเกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่ากระทรวงแรงงานจะออกมาตรการคุ้มครองสิทธิของแรงงาน
นายหงเซินฮั่น รมว. กระทรวงแรงงาน (ภาพจาก udn.com)
ปัจจุบัน แรงงานในไต้หวันลาหยุดงานยังมีการหักเบี้ยขยัน ยกเว้นการลาประเภทต่อไปนี้ ได้แก่ลาแต่งงาน ลาจัดพิธีศพ ลาป่วยจากการทำงาน ลาไปปฏิบัติหน้าที่ และลาป่วยจากการแท้งบุตร ที่นายจ้างไม่สามารถหักเบี้ยขยันได้ ส่วนการลาป่วยทั่วไปหรือลากิจส่วนตัว นายจ้างยังคงมีสิทธิ์หักเบี้ยขยันทั้งหมดได้ตามกฎหมาย....
ตอนอื่นในรายการนี้