แรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2568

จากรายการ แรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่
0:000:00
ดาวน์โหลดบน App Store (iPhone) ดาวน์โหลดบน Google Play (Android)
รายละเอียดตอน
1. หอการค้ายุโรปในไต้หวันเสนอให้ยกเลิกเก็บค่าหัวคิวแรงงานต่างชาติ เตือนหากไม่ปฏิรูปอาจถูกยุโรปคว่ำบาตรตามรอยสหรัฐ สมาคมหอการค้าสหภาพยุโรปในไต้หวัน (European Chamber of Commerce Taiwan – ECCT) ออกคำแนะนำประจำปี 2569 พร้อมเตือนแรงว่า ไต้หวันควรเดินหน้าสู่ระบบศูนย์ค่าใช้จ่ายสำหรับแรงงานต่างชาติ เพื่อยกระดับมาตรฐานสิทธิมนุษยชน และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงถูกสหรัฐหรือยุโรปใช้มาตรการทางการค้าเล่นงาน หลังกรณีบริษัท Giant Group ถูกสหรัฐสั่งระงับนำเข้าสินค้าด้วยข้อหาละเมิดแรงงานบังคับ เดินทางมาทำงานไต้หวัน ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เริ่มมีนายจ้างรับผิดชอบแทนแรงงานมากขึ้น เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ศุลกากรและป้องกันพรมแดนสหรัฐ (CBP) ออกคำสั่งชะลอการนำเข้าสินค้าจักรยานและชิ้นส่วนที่ผลิตโดย Giant ถือเป็นครั้งแรกที่สินค้าจากผู้ผลิตในไต้หวันถูกสหรัฐกีดกันด้วยเหตุผลด้านสิทธิมนุษยชน CBP ระบุว่า จากการสอบสวนตามนิยามขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) พบสัญญาณของการบังคับใช้แรงงาน ตามเกณฑ์ของ CBP ถึง 5 ข้อ เหตุการณ์นี้สร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมจักรยานของไต้หวัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนาดใหญ่หลายบริษัทประกาศรับผิดชอบค่าใช้จ่ายแทนแรงงานต่างชาติทั้งหมด หลังจากช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา มีบริษัทขนาดใหญ่ที่ส่งสินค้าไปยังตลาดสหรัฐฯ และยุโรป ทยอยใช้ระบบ RBA นำเข้าแรงงานต่างชาติโดยนายจ้างออกค่าใช้จ่ายแทนทั้งหมด แต่ยังถือเป็นส่วนน้อย หากเทียบกับจำนวนผู้ประกอบการทั่วไต้หวันที่นำเข้าแรงงานต่างชาติ แรงงานฟิลิปปินส์ในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ (ภาพจาก twreporter.org-Reuter/Erik de Castro) ECCT ย้ำหนักแน่น : ไต้หวันต้องเลิกค่าหัวคิวแรงงานต่างชาติ ไม่เช่นนั้นยุโรปอาจตามรอยสหรัฐ ในรายงานข้อเสนอของ ECCT ระบุชัดว่า ไต้หวันควรยกเลิกค่าใช้จ่ายและห้ามบริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวจากแรงงานต่างชาติ พร้อมเสริมระบบคุ้มครองแรงงานให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อป้องกันกรณีสินค้าถูกระงับนำเข้าหรือถูกคว่ำบาตรจากประเทศสำคัญทั้งสหรัฐและยุโรป Howard Shiu ประธานคณะกรรมการด้านทรัพยากรบุคคลของ ECCT กล่าวระหว่างการนำเสนอว่า ช่วง 4–5 ปีที่ผ่านมา ECCT เรียกร้องประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง แต่เป็นประเด็นอ่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์จำนวนมหาศาล จึงไม่ค่อยได้รับแรงผลักดันจากนโยบายภายในประเทศ จนกระทั่งกรณี Giant ถูกสหรัฐสั่งระงับนำเข้าสินค้า ทำให้ปัญหาถูกผลักกลับสู่เวทีสาธารณะอีกครั้ง แรงงานต่างชาติที่ศูนย์การค้าอาเซียนสแควร์ นครไทจง (ภาพจาก cw.com.tw) แรงงานต้องจ่ายค่าหัวคิว 2 แสนเหรียญก่อนการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน กลายเป็นภาระหนี้ที่ผลักให้แรงงานหลบหนี ประธานคณะกรรมการด้านทรัพยากรบุคคลของ ECCT ผู้นี้เปิดเผยว่า แรงงานต่างชาติในไต้หวันจำนวนมากมาจากเวียดนาม อินโดนีเซีย ไทยและฟิลิปปินส์ ต้องจ่ายค่าดำเนินการและค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวให้แก่บริษัทจัดหางานในประเทศต้นทางสูงถึง 200,000 เหรียญไต้หวัน ก่อนเดินทางเข้ามาทำงาน และยังมีค่าธรรมเนียมจิปาถะหลากหลายรายการหลังเดินทางถึงไต้หวันแล้ว ภาระหนี้ก้อนนี้ทำให้แรงงานจำนวนมากตกอยู่ในสภาพถูกโซ่ตรวนจากหนี้ล่ามไว้จนแทบหายใจไม่ออก และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาการหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งขณะนี้เป็นประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่นานาชาติจับตามอง เขาย้ำว่า กรณี Giant แม้เป็นครั้งแรก แต่ไม่ใช่กรณีเดียว เนื่องจากอุตสาหกรรมไต้หวันจำนวนมากพึ่งพาแรงงานต่างชาติ หากรัฐบาลสหรัฐต้องการดำเนินมาตรการเพิ่มเติม อาจมีบริษัทอื่นถูกเล่นงานตามมา อีกทั้งสหภาพยุโรปมีแนวโน้มเดินตามมาตรการของสหรัฐ ทำให้ความเสี่ยงยิ่งเพิ่มขึ้น แรงงานต่างชาติที่ศูนย์การค้าอาเซียนสแควร์ นครไทจง (ภาพจาก cw.com.tw) เตือนชัดเจน : หากไม่ปฏิรูป อาจกลายเป็นปัญหาระดับทั้งอุตสาหกรรม Howard Shiu ระบุว่า หากยุโรปออกมาตรการตามรอยสหรัฐ จะไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นปัญหาเฉพาะบริษัทอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของทั้งภาคอุตสาหกรรมไต้หวัน ซึ่งจะส่งผลรุนแรงต่อการส่งออกและภาพลักษณ์ของประเทศ เขาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเดินหน้าปฏิรูป เช่น ในการจ้างแรงงานต่างชาติ ให้นายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด และเร่งอัปเดตแผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนและธุรกิจไต้หวัน 2.0 (NAP 2.0) เพื่อยกระดับมาตรฐานตามข้อเรียกร้องของนานาชาติ พร้อมชี้ว่าประเด็นนี้กำลังเปลี่ยนจากแรงกดดันภายนอกสู่ความจำเป็นที่บริษัทไต้หวันต้องปรับตัวด้วยตนเอง สำหรับอุตสาหกรรมดั้งเดิมและผู้ประกอบการขนาดเล็กอาจไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายแทนแรงงานใด้ แต่สามารถควบคุมไม่ให้ บจง. เก็บค่าใช้จ่ายสูง (ภาพจาก LTN) 2. ชาวต่างชาติอยู่อย่างผิดกฎหมายทะลุ 1.5 แสนคน เพิ่ม 40% ในรอบ 3 ปี หวั่นแรงงานหลบหนีตกเป็นเครื่องมือแก๊งมิจฉาชีพ ศูนย์งบประมาณสภานิติบัญญัติไต้หวันเปิดเผยรายงานล่าสุด ชี้จำนวนชาวต่างชาติที่พำนักในไต้หวันโดยผิดกฎหมาย ทั้งกรณีอยู่เกินกำหนดและแรงงานต่างชาติหลบหนี ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2568 เพิ่มสูงเกิน 150,000 คน ตัวเลขรวมเพิ่มขึ้นกว่า 40% ภายในเวลาไม่ถึง 3 ปี สร้างความกังวลว่า แรงงานหลบหนีจำนวนมากอาจตกเป็นเครื่องมือของแก๊งคอลเซนเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งกำลังระบาดหนักในไต้หวัน ยอดแรงงานหลบหนีครองสัดส่วนสูงสุด เกินครึ่งของผู้กระทำผิดทั้งหมด ข้อมูลในรายงานระบุว่า แรงงานต่างชาติที่หลบหนีจากนายจ้างยังคงเป็นกลุ่มหลักของผู้กระทำผิด โดยเฉลี่ยคิดเป็น 62% ในปีนี้ แม้จะลดลงจากระดับสูงสุดกว่า 74% ในช่วง 5 ปีก่อน แต่ยังเป็นกลุ่มที่พบการละเมิดกฎหมายมากที่สุด ขณะเดียวกัน จำนวนชาวต่างชาติที่อยู่เลยกำหนดวีซ่า เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากประมาณ 20,000 คนในปี 2564 พุ่งขึ้นเป็น 55,000 คนในเดือนกรกฎาคม 2568 เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า เมื่อ 25 พ.ย.....
ตอนอื่นในรายการนี้

ดูทุกตอน →