ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2568
0:000:00
รายละเอียดตอน
1. เป็นไปได้ไหม? หยุดงานสัปดาห์ละ 3 วัน กระทรวงแรงงานขอขยายเวลาศึกษารอบด้าน ก่อนจะตอบกลับข้อเสนอภายใน 7 ก.พ. 69
กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศขยายเวลาการตอบข้อเสนอจากประชาชนบนแพลตฟอร์มร่วมกำหนดนโยบายสาธารณะ (JOIN) ซึ่งเสนอให้ “ผลักดันระบบทำงานสัปดาห์ละ 4 วันและหยุด 3 วัน หลังข้อเสนอดังกล่าวได้รับการสนับสนุนเกิน 5,000 รายชื่อและผ่านเกณฑ์การยื่นเรื่องตามระเบียบ โดยกระทรวงแรงงานระบุเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568 ว่าจะขยายกำหนดการตอบกลับไปถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเปิดรับความเห็นจากทุกภาคส่วนและพิจารณานโยบายอย่างรอบด้าน
ถนนคนเดินย่านซีเหมินติงในกรุงไทเป (ภาพจาก businesstoday.com.tw)
ตามขั้นตอนของแพลตฟอร์ม JOIN หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องตอบข้อเสนอภายใน 2 เดือน แต่ตามข้อกำหนดในแนวปฏิบัติการมีส่วนร่วมด้านนโยบายสาธารณะ หากไม่สามารถตอบได้ภายในกำหนด มีสิทธิ์ขยายเวลาได้ไม่เกิน 2 เดือน กระทรวงแรงงานจึงใช้สิทธิ์ตามกฎเพื่อเลื่อนการตอบข้อเสนอครั้งนี้ โดยชี้ว่าประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับแผนการผลิตของภาคอุตสาหกรรม สิทธิแรงงาน และผลกระทบต่อชีวิตประชาชนในหลายด้าน จำเป็นต้องศึกษาผลกระทบอย่างรอบคอบ
มนุษย์เงินเดือนไต้หวันให้ความสำคัญกับวันหยุด แต่ส่วนใหญ่เห็นว่า เป็นไปได้ยากที่จะหยุดงานสัปดาห์ละ 3 วัน (ภาพจาก CNA)
กระทรวงแรงงานเผยว่า ได้เชิญหน่วยงานกำกับดูแลในแต่ละสาขาอุตสาหกรรมเข้าร่วมประชุมหารือ เพื่อรวบรวมความคิดเห็นต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมย้ำว่าต้องการนำข้อมูลและมุมมองจากทุกภาคส่วนมาประเมินอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนจะจัดทำคำตอบอย่างเป็นทางการบนแพลตฟอร์ม
ด้านสังคมออนไลน์อย่าง PTT มีการถกเถียงอย่างกว้างขวางในประเด็นนี้ โดยผู้ใช้บางรายตั้งข้อสังเกตว่า หากไต้หวันเปลี่ยนไปใช้ระบบหยุดสัปดาห์ละ 3 วัน อาจต้องแลกกับการยกเลิกวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่าง ๆ เช่น เทศกาลตรุษจีน เช็งเม้ง หรือเทศกาลไหว้พระจันทร์ พร้อมตั้งคำถามว่าพนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่ยินดีต่อการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้หรือไม่?
มนุษย์เงินเดือนไต้หวันให้ความสำคัญกับวันหยุด แต่ส่วนใหญ่เห็นว่า เป็นไปได้ยากที่จะหยุดงานสัปดาห์ละ 3 วัน (ภาพจาก udn.com)
ชาวเน็ตรายหนึ่งยกตัวอย่างประวัติการปรับระบบวันหยุดในช่วงทศวรรษ 1990 ซึ่งไต้หวันค่อย ๆ ปรับจาก หยุด 1.5 วันต่อสัปดาห์เป็นหยุดเสาร์-อาทิตย์ โดยทดลองให้หยุดสัปดาห์เว้นสัปดาห์ ก่อนจะขยายเป็นมาตรฐานทั่วไป และยกเลิกวันหยุดนักขัตฤกษ์ 7 วันในเวลาต่อมา กระบวนการดังกล่าวใช้เวลาราวสิบปี เขาจึงประเมินว่าโอกาสที่ไต้หวันจะนำระบบหยุด 3 วันต่อสัปดาห์มาใช้จริงในเร็ววันมีโอกาสค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะในภาคเอกชนและบริการซึ่งหลายบริษัทแม้แต่วันหยุด 8 วันต่อเดือนก็ยังทำไม่ได้
ประเด็นทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน เคยถูกเสนอมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2566 ภายใต้หัวข้อทำให้ไต้หวันเป็นประเทศแรกในเอเชียที่หยุดงานสัปดาห์ละ 3 วัน และได้รับการสนับสนุน 5,736 รายชื่อ แต่ถูกสำนักงานบริหารข้าราชการพลเรือน สภาบริหารปฏิเสธโดยให้เหตุผล 3 ประการ ได้แก่ :
ชาวเน็ตสนับสนุนหยุดงานสัปดาห์ละ 3 วัน แต่ผวาอาจต้องแลกกับการยกเลิกวันหยุดนักขัตฤกษ์ (ภาพจาก news.housefun.com.tw)
1. ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตประชาชน ระบบเศรษฐกิจ การคมนาคม การเงิน ตลาดหุ้นและสิทธิการศึกษา มีผลกระทบในวงกว้าง
2. ยังไม่มีประเทศใดใช้ระบบหยุด 3 วันอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ มีเพียงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไอซ์แลนด์ และบางพื้นที่ในสหราชอาณาจักรที่ทดลองใช้ ทำให้ขาดข้อมูลอ้างอิงที่เพียงพอ
3. หน่วยงานรัฐมีภารกิจด้านบริการสาธารณะ ไม่ควรเร่งดำเนินการก่อนที่กฎหมายมีความพร้อมในทุกด้าน ประกอบไปด้วย เงื่อนไขด้านการบริหาร อุตสาหกรรม การศึกษา และมาตรการสนับสนุนต่าง ๆ
ในครั้งนั้น กระทรวงแรงงานก็ชี้เช่นกันว่า การหยุดสัปดาห์ละ 3 วัน จำเป็นต้องปรับแก้กฎหมายจำนวนมาก และอาจส่งผลกระทบต่อแรงงาน นายจ้าง เศรษฐกิจโดยรวม การแพทย์ การดูแลผู้สูงอายุ ความปลอดภัยสาธารณะ กลาโหม และสิทธิของนักเรียน จึงต้องอาศัยมาตรการรองรับอย่างรอบคอบและความเห็นพ้องจากสังคมในระดับสูงก่อนพิจารณาต่อไป
เว็บไซต์ join.gov.tw เปิดให้ประชาชนทุกคนเสนอความเห็นด้านนโยบายสาธารณะ แต่ละสัปดาห์มีข้อเสนอนับร้อยประเด็น
ทั้งนี้ JOIN คือแพลตฟอร์มที่เปิดให้มีส่วนร่วมด้านนโยบายสาธารณะ เป็นเว็บไซต์ที่จัดตั้งโดยคณะกรรมการพัฒนาประเทศเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 โดยอ้างอิงรูปแบบจากเว็บไซต์ We the People ของทำเนียบขาว สหรัฐอเมริกา เปิดให้พลเมืองไต้หวันและชาวต่างชาติที่ถือบัตรถิ่นที่อยู่สามารถลงทะเบียน ยื่นข้อเสนอ และร่วมลงชื่อสนับสนุนนโยบายต่าง ๆ หากข้อเสนอได้รับเสียงสนับสนุนมากกว่า 5,000 รายชื่อภายใน 60 วัน หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องตอบกลับภายในกรอบเวลาเดียวกันตามที่กฎหมายกำหนด
2. หนุ่มอินโดฯ ทำงานผิดกฎหมาย หวั่นถูกส่งกลับประเทศ ใช้ถุงพลาสติกคลุมตัวซ่อนในโกดังแช่แข็ง -6℃ กว่า 30 นาที หนาวสั่นเกือบเสียชีวิต
เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่เกาสง ตรวจสอบโรงงานแปรรูปอาหารแช่แข็งแห่งหนึ่งในเขตเฉียนเจิ้น นครเกาสง วันเดียวตรวจพบแรงงานผิดกฎหมาย 17 ราย ในจำนวนนี้มี 1 รายที่หลบเข้าไปซ่อนตัวในคลังสินค้าแช่แข็งอุณหภูมิ -6℃ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมงกว่าจะทราบเบาะแสจากเพื่อนร่วมชาติ ก่อนเปิดห้องแช่แข็งช่วยเหลือหนุ่มอินโดนีเซียรายดังกล่าวซึ่งกำลังหนาวสั่นจนตัวแข็งอยู่ในภาวะอันตรายเกือบเสียชีวิตออกมาได้
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบโรงงานแปรรูปอาหารแช่แข็งแห่งหนึ่งในเขตเฉียนเจิ้น นครเกาสง วันเดียวตรวจพบแรงงานผิดกฎหมาย 17 ราย....
ตอนอื่นในรายการนี้