ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม 2568
0:000:00
รายละเอียดตอน
1. มาถูกทาง? องค์กรตัวแทนนายจ้างเสนอรัฐบาลพิจารณาขึ้นทะเบียนแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายกลับเข้าสู่ระบบ แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน
สมาคมอุตสาหกรรมและการค้าไต้หวันเปิดเผยว่า ปัญหาการขาดแคลนแรงงานนับวันรุนแรงขึ้น แม้รัฐบาลจะเปิดให้ภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจที่พักสามารถจ้างแรงงานต่างชาติได้แล้ว แต่ภาคอุตสาหกรรมประเภท 3K ซึ่งหมายถึงงานหนัก สกปรก และอันตราย เช่น การกำจัดขยะ การรีไซเคิล และงานที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก ยังมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องได้รับการพิจารณาเพิ่มเติม ขณะที่แรงงานต่างชาติหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายมีจำนวนร่วม 95,000 คน เมื่อไม่สามารถแก้ปัญหาการหลบหนีได้ ควรพิจารณาเปิดให้พวกเขาเข้ารายงานตัวและลงทะเบียนเข้าสู่แรงงานในระบบ กลายเป็นแรงงานถูกกฎหมาย แก้ปัญหาได้ทั้งเรื่องการหลบหนีและภาวะขาดแคลนแรงงานได้
สมาคมอุตสาหกรรมและการค้าไต้หวัน ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนภาคธุรกิจลอุตสาหกรรมจัดการประชุมประจำปีเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ที่ผ่านมา (ภาพจากสมาคมอุตสาหกรรมและการค้าไต้หวัน)
นายสวี่ ซูโป๋ ประธานสมาคมอุตสาหกรรมและการค้าไต้หวัน ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนภาคธุรกิจลอุตสาหกรรมกล่าวเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่า ปัญหา แรงงานต่างชาติหลบหนี ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของตลาดแรงงานนอกระบบในปัจจุบัน โดยเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีจั๋ว หรงไท่ แห่งสภาบริหาร กำลังพิจารณาแนวทางในการส่งเสริมให้แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเข้ามามอบตัว และเปิดโอกาสให้กลับเข้าสู่ระบบแรงงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานภายในประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ยังเห็นว่า ควรทบทวนบทลงโทษทางอาญาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในปัจจุบันยังถือว่ามีความเข้มงวดไม่เพียงพอ
นายสวี่ ซูโป๋ (ยืน) ประธานสมาคมอุตสาหกรรมและการค้าไต้หวัน คนนั่งด้านซ้ายคือ นายจั๋วหรงไท่ นายกรัฐมนตรี (ภาพจากสมาคมอุตสาหกรรมและการค้าไต้หวัน)
สมาคมอุตสาหกรรมและการค้าไต้หวันจัดการประชุมเวทีเสวนานายกรัฐมนตรีกับผู้นำภาคธุรกิจ ปี 2568 โดยมีตัวแทนภาคอุตสาหกรรมเข้าร่วมสะท้อนปัญหาอย่างคึกคัก หลังเสร็จสิ้นการประชุม นายสวี่ซูโป๋ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ชี้แจงประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องการขาดแคลนแรงงานและนโยบายการนำเข้าแรงงานต่างชาติ ซึ่งเป็นประเด็นที่ภาคธุรกิจให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เขากล่าวว่า ภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจที่พักให้การยอมรับแผนพัฒนากำลังแรงงานต่างชาติของรัฐบาล ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบการเพิ่มค่าจ้างแรงงานท้องถิ่นทุก 2,000 เหรียญไต้หวัน จึงจะได้รับโควตาจ้างแรงงานต่างชาติ 1 ตำแหน่ง อนุญาตในโควตาไม่เกิน 10% ของแรงงานท้องถิ่น โดยมองว่านโยบายดังกล่าวเป็นแนวทางที่เหมาะสม เนื่องจากการดำเนินนโยบายควรค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรเปิดกว้างในคราวเดียวมากเกินไป ที่สำคัญ นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับความต้องการของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยรวม และได้กำชับให้ทุกกระทรวงบูรณาการการทำงาน โดยพิจารณานโยบายจากมุมมองของการส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นหลัก
แรงงานต่างชาติหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายมีร่วม 95,000 คน ตามชนบทและบนเขา จะเห็นแรงงานผิดกฎหมายทำงานภาคการเกษตรจำนวนมาก (ภาพจาก Rti)
แม้ว่าภาคการผลิตและธุรกิจที่พักบางส่วนจะได้รับอนุญาตให้เพิ่มการจ้างแรงงานต่างชาติภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดแล้ว แต่นายสวี่ระบุว่า อุตสาหกรรม 3K ยังถูกกันออกจากมาตรการดังกล่าว เช่น งานกำจัดขยะ การรีไซเคิล ถังเก็บสารปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมพลาสติก อย่างไรก็ตาม กระทรวงสิ่งแวดล้อมให้คำมั่นว่าจะเร่งสรุปแนวทางในระยะเวลาอันสั้น เพื่อบรรจุอุตสาหกรรม 3K โดยเฉพาะภาคธุรกิจกำจัดขยะ ให้สามารถจ้างแรงงานต่างชาติได้ เพิ่มโอกาสในการจ้างงานและบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงาน
สมาคมฯ เสนอแนวคิดอภัยโทษแก่แรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย โดยให้เข้ารายงานตัวลงทะเบียนกลับเข้าสู่แรงงานในระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในภาพตำรวจบุกจับแรงงานผิดกฎหมายในไซต์งานก่อสร้างที่เถาหยวน
แนวคิดอภัยโทษแก่แรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย โดยให้เข้ารายงานตัวลงทะเบียนกลับเข้าสู่แรงงานในระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมายนั้น ทางสมาคมอุตสาหกรรมและการค้าไต้หวันเคยนำเสนอไปแล้วเมื่อปี 2567 และกระทรวงแรงงานได้จัดประชุมหารือความเป็นไปได้กับฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในที่ประชุมต่างแสดงความเห็นคัดค้าน ชี้อาจส่งเสริมการกระทำผิดและขาดความเป็นธรรม อาจก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง บ่อนทำลายหลักความเป็นธรรมในระบบแรงงาน และเท่ากับเป็นการส่งสัญญาณสนับสนุนพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย ถือเป็นการเสียดสีและไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย บริษัทจัดหางาน รวมถึงแรงงานต่างชาติที่อยู่ในระบบอย่างถูกต้อง ทั้งยังขาดความสมเหตุสมผลและความเป็นธรรม ไม่มีบทลงโทษใด ๆ และเป็นการยกเว้นความรับผิดโดยสิ้นเชิง ซึ่งอาจนำไปสู่การเพิ่มจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีในอนาคต
ตำรวจเถาหยวนตรวจค้นตามโรงงานและไซต์งานก่อสร้าง วันเดียวจับนายจ้าง 3 ราย แรงงานผิดกฎหมาย 44 ราย นักท่องเที่ยวที่ทำงานผิดกฎหมาย 10 รายและแรงงานถูกกฎหมายทำงานหารายได้เสริมในวันหยุด 3 ราย (ภาพจากตำรวจตรวจคนเข้าเมือง)
2. แรงงานไทยค้าเฮโรอีน 11 กก. มูลค่ากว่า 100 ล้านเหรียญ แบ่งบรรจุเตรียมส่งลูกค้าในห้องเช่าเขตปาเต๋อ ตำรวจรวบได้ 1 อีก 1 ไหวทันหลบหนีออกนอกประเทศ
ตำรวจนครเถาหยวนจับกุมคดียาเสพติดรายใหญ่ที่พบได้ยากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลังบุกตรวจค้นห้องพักให้เช่าแห่งหนึ่งในเขตปาเต๋อ นครเถาหยวน พบเฮโรอีนซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1 น้ำหนักรวมกว่า 11 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 100 ล้านเหรียญไต้หวัน ผู้ต้องหาซึ่งเป็นแรงงานไทยถูกอัยการฟ้องดำเนินคดีแล้ว ขณะที่ตำรวจเร่งขยายผลติดตามแหล่งที่มาของยาเสพติดต่อไป....
ตอนอื่นในรายการนี้