ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 9 มกราคม 2569
0:000:00
รายละเอียดตอน
1. ลงดาบ! ปรับ บจง. 12 ล้าน ฐานเก็บค่าต่อสัญญาจากแรงงานต่างชาติ โดนแล้ว 10 ราย กระทรวงแรงงานย้ำ แม้คืนเงินแล้วก็ไม่พ้นผิด
กระทรวงแรงงานไต้หวันเดินหน้ากวาดล้างบริษัทจัดหางานที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด ผลการตรวจสอบในปี 2568 พบบริษัทจัดหางาน 10 แห่งมีความผิดฐานเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากแรงงานต่างชาติเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยมีบริษัทจัดหางานที่เถาหยวนรายหนึ่งถูกสั่งปรับเป็นเงินสูงถึง 12 ล้านเหรียญไต้หวัน ซึ่งถือเป็นจำนวนค่าปรับที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ แม้ว่าจะคืนค่าใช้จ่ายที่เก็บให้แก่คนงานไปแล้วก็ตาม
กระทรวงแรงงานระบุว่า คดีดังกล่าวมีบริษัทจัดหางานแห่งหนึ่งถูกองค์กรภาคประชาชนร้องเรียนว่า อาศัยโอกาสที่แรงงานต่างชาติทำงานครบสัญญาและนายจ้างยื่นขอต่ออายุการจ้างงาน เรียกเก็บค่าต่อสัญญาหรือค่าซื้อตำแหน่งงานจากแรงงาน 20 คน รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านเหรียญไต้หวัน แม้หลังจากที่แรงงานโวยวายและร้องเรียนต่อหน่วยงานเอ็นจีโอ บริษัทจัดหางานดังกล่าวจะรีบคืนเงินให้แก่แรงงานและนายจ้างได้เลิกใช้บริการของบริษัทจัดหางานดังกล่าวแล้วก็ตาม กระทรวงแรงงานสั่งการให้กองแรงงานท้องถิ่นตรวจสอบ พบมีพฤติกรรมผิดกฎหมายจริง จึงดำเนินการปรับเงินกว่า 12 ล้านเหรียญไต้หวัน นอกจากนี้ ยังสั่งพักใบอนุญาตประกอบกิจการไม่เกิน 1 ปี
ซูอวี้กั๋ว ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานเปิดเผยว่า คดีนี้ถือเป็นคดีละเมิดกฎหมายร้ายแรงที่พบได้ยากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีแรงงานได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก และมีหลักฐานทางการเงินรวมถึงพยานหลักฐานอื่นๆ ชัดเจน จึงมีการกำหนดอัตราค่าปรับในระดับสูงเป็นพิเศษ และย้ำว่า แม้บริษัทจัดหางานรายดังกล่าวจะคืนเงินให้แก่แรงงานแล้ว ก็ไม่สามารถนำมาเป็นเหตุผลในการยกเว้นโทษปรับและสั่งพักใบอนุญาตจัดหางานได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้สังคมมุ่งโจมตีบริษัทใดเป็นการเฉพาะ กระทรวงแรงงานจึงไม่เปิดเผยชื่อบริษัทดังกล่าว แต่ย้ำว่า คดีนี้เป็นตัวอย่างเตือนบริษัทจัดหางานทุกรายว่า หากพบการกระทำผิดจริง จะถูกลงโทษตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยการคืนเงินให้แรงงานไม่ถือเป็นเหตุยกเว้นความผิด
แรงงานอินโดนีเซียในไต้หวันรวมตัวประท้วงหน้าที่ทำการกระทรวงแรงงาน ถูกบริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าต่อสัญญากว่า 1 ล้านเหรียญ กลุ่ม NGO จี้รัฐจัดการเด็ดขาด (ภาพจาก udn.com)
ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการแรงงานข้ามชาติเตือนว่า กระทรวงแรงงานมีจุดยืนไม่ทนต่อพฤติกรรมเรียกเก็บค่าใช้จ่ายโดยมิชอบจากแรงงานต่างชาติในช่วงต่อสัญญา เปลี่ยนนายจ้างหรือยกระดับสถานะเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ ทั้งนี้ ผลการลงโทษจะถูกบันทึกไว้ในระบบข้อมูลการประเมินและอนุญาตบริษัทจัดหางาน ซึ่งจะส่งผลต่อผลการประเมินประจำปีของบริษัทนั้นๆ
สำหรับภาพรวมการตรวจสอบในปี 2568 ทางการได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทจัดหางานแล้วกว่า 2,000 ครั้ง โดยบริษัทที่ได้รับการประเมินระดับ C จะถูกตรวจอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง ส่วนบริษัทที่ได้รับผลการประเมินระดับ A อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ขณะที่บริษัทที่มีประวัติถูกร้องเรียนหรือเคยกระทำผิด จะถูกจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงและเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบ ทั้งนี้ ในปี 2568 ได้ดำเนินการตรวจสอบไม่น้อยกว่า 2,500 ครั้ง
แรงงานอินโดนีเซียในไต้หวันรวมตัวประท้วงหน้าที่ทำการกระทรวงแรงงาน ถูกบริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าต่อสัญญากว่า 1 ล้านเหรียญ กลุ่ม NGO จี้รัฐจัดการเด็ดขาด (ภาพจาก udn.com)
ซูอวี้กั๋วย้ำเตือนว่า กฎหมายปัจจุบันกำหนดรายการค่าใช้จ่ายที่บริษัทจัดหางานสามารถเรียกเก็บได้อย่างชัดเจน กรณีแรงงานครบสัญญาและเปลี่ยนนายจ้าง บริษัทจัดหางานสามารถเรียกเก็บจากแรงงานได้เฉพาะค่าบริการรายเดือนเท่านั้น ห้ามเรียกเก็บค่าลงทะเบียนหรือค่าซื้อตำแหน่งงาน ขณะที่การเรียกเก็บจากนายจ้างสามารถทำได้เฉพาะค่าลงทะเบียน ค่าบริการจัดหางาน โดยต้องไม่เกินอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนด หากแรงงานต่างชาติพบการเรียกเก็บค่าบริการที่ไม่เป็นธรรม สามารถโทรแจ้งสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ซึ่งให้บริการหลายภาษา โดยหน่วยงานท้องถิ่นจะดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย พร้อมกันนี้ กระทรวงแรงงานจะเดินหน้าขยายบริการศูนย์จ้างตรง เพิ่มศักยภาพการสื่อสารสองภาษา และพิจารณาขยายจุดให้บริการ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่แรงงานจะถูกเอาเปรียบ
ซูอวี้กั๋วกล่าวเรียกร้องให้นายจ้างร่วมรับผิดชอบในการกำกับดูแลบริษัทจัดหางานด้วย โดยตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีการเรียกเก็บเงินโดยมิชอบ โดยเฉพาะในช่วงที่แรงงานยื่นขอสัญญาใหม่ เปลี่ยนนายจ้างหรือโอนย้ายงาน พร้อมเตือนบริษัทจัดหางานว่า หากฝ่าฝืนกฎหมาย จะถูกปรับในอัตรา 10–20 เท่าของจำนวนเงินที่เรียกเก็บเกินจริง รวมถึงโทษพักใบอนุญาตจัดหางานไม่เกิน 1 ปี และไม่สามารถอ้างการคืนเงินเพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษได้
กฎระเบียบในการเก็บค่าบริการดูแลรายเดือนของบริษัทจัดหางาน ต้องปฏิบัติตามหลักการ 3 รายการ ได้แก่ จะต้องลงนามสัญญากับแรงงานต่างชาติที่รับบริการเป็นลายลักษณ์อักษร ต้องให้บริการจริงและห้ามเก็บค่าบริการล่วงหน้า นอกจากนั้นยังห้ามนายจ้างช่วยบริษัทจัดหางานหักค่าบริการรายเดือนจากค่าจ้าง นายจ้างใดฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด 300,000 เหรียญไต้หวัน
2. ไต้หวันปรับขึ้นเกณฑ์ค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือยื่นใหม่ 2,000 เหรียญ ภาคการผลิตเริ่มต้น 35,000 มีผลสำหรับผู้ยื่นขอรายใหม่ เริ่ม 1 ม.ค. 2569
กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศปรับขึ้นเกณฑ์ค่าจ้างขั้นต่ำของแรงงานกึ่งฝีมือ ซึ่งปัจจุบันถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มแรงงานฝีมือ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป โดยนายจ้างภาคการผลิตและก่อสร้างที่ยื่นขอว่าจ้างแรงงานต่างชาติทั่วไปที่มีประสบการณ์ ทำงานในไต้หวันครบ 6 ปีขึ้นไปเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ ค่าจ้างต้องไม่ต่ำกว่า 35,000 เหรียญไต้หวัน ขณะที่แรงงานภาคสวัสดิการสังคม ได้แก่แรงงานกึ่งฝีมือที่ทำงานผู้อนุบาลในครัวเรือนจะได้รับขั้นต่ำ 26,000 เหรียญ มาตรการดังกล่าวใช้เฉพาะคำขอใหม่เท่านั้น....
ตอนอื่นในรายการนี้