แรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 16 มกราคม 2569

จากรายการ แรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่
0:000:00
ดาวน์โหลดบน App Store (iPhone) ดาวน์โหลดบน Google Play (Android)
รายละเอียดตอน
1. แก๊งคอลเซ็นเตอร์รับซื้อบัญชีม้าจากแรงงานต่างชาติถูกกฎหมาย ใช้วิธีชักชวนคนบ้านเดียวกัน อ้างหาเงินก้อนสุดท้ายก่อนกลับบ้าน พบแรงงานอินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์รุนแรงที่สุด สถานีตำรวจไทเปแถลงว่า คดีฉ้อโกงยังไม่มีแนวโน้มลดลง ขบวนการมิจฉาชีพได้ปรับเปลี่ยนเป้าหมายการรับซื้อบัญชีม้า จากเดิมที่มุ่งเน้นแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย มาเป็นแรงงานต่างชาติที่มีสถานะถูกกฎหมายและกำลังจะเดินทางกลับประเทศ โดยใช้กลยุทธ์ "เพื่อนร่วมชาติชวนเพื่อนร่วมชาติ" ชักชวนให้ "หารายได้ก้อนสุดท้ายก่อนเดินทางกลับประเทศ" แลกกับการขายบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มพร้อมรหัสผ่านให้แก๊งมิจฉาชีพนำไปใช้ฟอกเงิน ก่อนรีบเดินทางออกนอกไต้หวันเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดทางกฎหมาย เตือนอย่าเชื่อสื่อโซเชียลรับซื้อบัญชีและบัตร ATM ระวังติดคุก ในภาพเป็นเฟซบุ๊กรับซื้อบัตร ATM อย่างโจ๋งครึ่ม (ภาพจากเฟซบุ๊ก) โฆษกสถานีตำรวจไทเประบุว่า จากสถิติการตรวจยึดบัญชีม้าของชาวต่างชาติในปี 2568 พบว่า บัญชีม้าที่เป็นการยินยอมขายโดยสมัครใจของแรงงานต่างชาติถูกกฎหมายมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 75 อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ เมื่อเจ้าหน้าที่ออกหมายเรียกเฉลี่ย 50 ราย จะมีผู้มาพบพนักงานสอบสวนเพียง 1 รายเท่านั้น ส่วนที่เหลือเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว จากสถิติการตรวจยึดบัญชีม้าของชาวต่างชาติในปี 2568 พบบัญชีม้าที่เป็นการยินยอมขายโดยสมัครใจของแรงงานต่างชาติถูกกฎหมายมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 75 ข้อมูลสถิติช่วงเดือนมกราคมถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ระบุว่า ในบรรดาบัญชีม้าของชาวต่างชาติที่ถูกตรวจพบ เป็นแรงงานต่างชาติถูกกฎหมายถึง 66 ราย แรงงานหลบหนีที่กลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายมีเพียง 2 ราย และชาวต่างชาติทั่วไป 20 ราย โดยแรงงานถูกกฎหมายที่เกี่ยวข้องมากที่สุดเป็นสัญชาติอินโดนีเซีย 22 ราย รองลงมาคือเวียดนาม 21 ราย และฟิลิปปินส์ 18 ราย สะท้อนให้เห็นว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ล็อกเป้าหมายไปที่แรงงานต่างชาติถูกกฎหมาย ซึ่งมีจำนวนมากและอยู่ในระบบการบริหารจัดการที่ค่อนข้างโปร่งใส เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามการฉ้อโกงเปิดเผยว่า ระหว่างการชักชวนซื้อบัญชีม้า สมาชิกขบวนการมักใช้วิธีล้างสมอง โดยบอกแรงงานว่า "กว่าตำรวจหรืออัยการจะเรียกสอบ คุณก็หมดสัญญาทำงานและออกนอกประเทศไปแล้ว กฎหมายไต้หวันเอาผิดคุณไม่ได้" เพื่อจูงใจให้แรงงานตัดสินใจขายบัญชีก่อนเดินทางกลับประเทศ เจ้าหน้าที่ประเมินอย่างไม่เป็นทางการว่า ในคดีบัญชีม้าที่เกี่ยวข้องกับแรงงานต่างชาติ เมื่อออกหนังสือแจ้งให้มาพบพนักงานสอบสวน โดยเฉลี่ย 50 คดี จะมีแรงงานมาปรากฏตัวเพียง 1 ราย และเมื่อถึงขั้นตอนนัดพิจารณาคดีหรือมีคำพิพากษา แรงงานรายนั้นมักเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว ในทางปฏิบัติ แรงงานเหล่านี้แทบไม่เดินทางกลับมาไต้หวันอีก ทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้ ตำรวจเตือนว่า แรงงานต่างชาติจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดว่า การขายบัญชีเป็นเพียงการหารายได้เสริม แต่ในความเป็นจริงเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงและฝ่าฝืนกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน อีกทั้งหากถูกจำกัดการเดินทางออกนอกประเทศก่อนออกเดินทาง จะถูกดำเนินคดี ถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน และถูกบังคับให้ออกนอกประเทศหลังพ้นโทษ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้บัญชีของแรงงานต่างชาติถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือก่ออาชญากรรม หน่วยงานด้านการเงิน อัยการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดตั้งคณะทำงานข้ามหน่วยงาน เพื่อติดตามและเฝ้าระวังบัญชีของแรงงานที่ขาดการติดต่อหรือกำลังจะเดินทางออกนอกประเทศ หากพบความเคลื่อนไหวของเงินที่ผิดปกติ จะดำเนินการอายัดบัญชีทันที พร้อมแจ้งให้ตำรวจและอัยการทราบ นอกจากนี้ หากแรงงานเดินทางออกนอกประเทศ บัตรถิ่นที่อยู่หรือ ARC หมดอายุ หรือไม่มีเงินเดือนเข้าบัญชีนานกว่า 2 เดือน ระบบจะระงับธุรกรรมโดยอัตโนมัติทันที ตำรวจลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้แรงงานต่างชาติในโรงงานต่าง ๆ ในเมืองจางฮั่ว ทราบถึงผลร้ายของการขายบัญชีม้า (ภาพจากสถานีตำรวจจางฮั่ว) 2. ระทึก! แรงงานเวียดนามตุนประทัด–ดอกไม้ไฟกว่า 50 กก. ไลฟ์สดผ่านโซเชียลขายช่วงปีใหม่ ถูกจับโทษปรับสูงสุด 300,000 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงนครเถาหยวนร่วมกับตำรวจ เข้าจับกุมแรงงานเวียดนามรายหนึ่ง หลังลักลอบจำหน่ายประทัดและดอกไม้ไฟผ่านการไลฟ์สดบนสื่อสังคมออนไลน์ช่วงเทศกาลปลายปี ตรวจค้นห้องพักถึงกับผงะพบวัตถุระเบิดจำนวนมากเสมือนคลังดินปืนน้ำหนักรวมกว่า 50 กิโลกรัม เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการจัดการประทัดและดอกไม้ไฟ มีโทษปรับสูงสุด 300,000 เหรียญไต้หวัน แรงงานเวียดนามตุนประทัด–ดอกไม้ไฟกว่า 50 กก. ไลฟ์สดผ่านโซเชียลขายช่วงปีใหม่ ถูกจับโทษปรับสูงสุด 300,000 เหรียญ (ภาพจากกองดับเพลิงนครเถาหยวน) กองดับเพลิงนครเถาหยวนแถลงว่า นายตรัน อายุ 26 ปี แรงงานชายชาวเวียดนามที่หลบหนีนายจ้างมีสถานะเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งเช่าห้องพักอาคารชุดในเขตกุยซาน นครเถาหยวน ได้อาศัยช่วงเทศกาลคริสต์มาส ปีใหม่ และตรุษจีน ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กและติ๊กต็อกเพื่อโฆษณาขายประทัดและดอกไม้ไฟหลากหลายชนิด พลเมืองดีพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าวจึงบันทึกภาพหน้าจอและแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทราบ ตำรวจเขตกุยซานร่วมกับกองดับเพลิงนครเถาหยวน ได้รวบรวมพยานหลักฐานและวางแผนล่อซื้อผ่านทางออนไลน์ นัดหมายส่งมอบสินค้า กระทั่งคืนวันที่ 3 เวลา 22.00 น. ผู้ต้องหาปรากฏตัวเพื่อนัดส่งมอบสินค้า เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบว่าผู้ต้องหามีสถานะเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวไปตรวจค้นที่พักเพื่อสืบหาที่มาของสินค้า แรงงานเวียดนามตุนประทัด–ดอกไม้ไฟกว่า 50 กก. ไลฟ์สดผ่านโซเชียลขายช่วงปีใหม่ ถูกจับโทษปรับสูงสุด 300,000 เหรียญ (ภาพจากกองดับเพลิงนครเถาหยวน)....
ตอนอื่นในรายการนี้

ดูทุกตอน →