ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2569
0:000:00
รายละเอียดตอน
1. อุบัติเหตุจากการทำงานยังคงสูง! ปี 2568 ทั่วไต้หวันมีจำนวน 251 ราย ตกจากที่สูงคร่าชีวิต 70 ราย ภาคการก่อสร้างหนักสุด กระทรวงแรงงานงัดแผนลดอุบัติภัยเร่งด่วน
กระทรวงแรงงานไต้หวันเปิดเผยสถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรงในการทำงานของทุกภาคอุตสาหกรรมประจำปี 2568 โดยระบุว่า ยอดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจากการทำงานรวมทั้งสิ้น 251 ราย เทียบกับปี 2567 ที่มี 287 ราย ลดลง 36 ราย ขณะที่ภาคการก่อสร้างมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรง 105 ราย คิดเป็นร้อยละ 42 ของทั้งหมด และลดลงจากปีก่อนหน้า 40 ราย อย่างไรก็ตาม ในจำนวนดังกล่าว มากถึง 70 ราย หรือคิดเป็นอัตราส่วนร้อยละ 67 เสียชีวิตจากการตกจากที่สูง
ในปี 2568 ภาคการก่อสร้างมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรง 105 ราย คิดเป็น 42% ของทั้งหมด ในจำนวนนี้มากถึง 70 ราย หรือ 67% เสียชีวิตจากการตกจากที่สูง (knews.com.tw)
จางอี้ปิน ผู้อำนวยการกองวางแผนบูรณาการ กรมความปลอดภัยและอาชีวอนามัย กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในไซต์งานก่อสร้างลดลง 40 ราย มาจากการชะลอตัวของโครงการก่อสร้างในช่วงปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ปัญหาการเร่งรัดงานก่อสร้างอย่างไม่เหมาะสมลดลง ควบคู่กับการที่กระทรวงแรงงานเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบด้านแรงงานในงานก่อสร้าง โดยมุ่งเน้นอันตรายความเสี่ยงสูง เช่น การตกจากที่สูงและอัคคีภัย พร้อมทั้งดำเนินมาตรการกำกับดูแลและให้คำแนะนำอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม อัตราการเสียชีวิตจากการตกจากที่สูงในภาคการก่อสร้างยังคงอยู่ในระดับสูงถึงร้อยละ 67 หรือ 70 ราย และอุบัติเหตุในโครงการก่อสร้างของภาคเอกชนมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70
ในปี 2568 ภาคการก่อสร้างมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรง 105 ราย คิดเป็น 42% ของทั้งหมด ในจำนวนนี้มากถึง 70 ราย หรือ 67% เสียชีวิตจากการตกจากที่สูง (knews.com.tw)
สำหรับภาคอุตสาหกรรมการผลิต จำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรงเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 7 ราย รวมเป็น 63 ราย คิดเป็นร้อยละ 25 ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด จางอี้ปินระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมภายในประเทศ ทั้งในด้านทรัพยากรในการป้องกันอุบัติเหตุจากการทำงานและความรู้ด้านการบริหารจัดการความปลอดภัย
ในปี 2568 ภาคการก่อสร้างมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรง 105 ราย คิดเป็น 42% ของทั้งหมด ในจำนวนนี้มากถึง 70 ราย หรือ 67% เสียชีวิตจากการตกจากที่สูง (knews.com.tw)
เมื่อพิจารณาจำแนกตามพื้นที่พบว่า ปี 2568 ที่ผ่านมา นครไทจงมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรงในการทำงาน 36 ราย สูงสุดในไต้หวัน คาดว่าเป็นผลจากการมีโครงการก่อสร้างของภาคเอกชนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวลดลงจากปีก่อน 4 ราย รองลงมาคือ นครนิวไทเปและนครเถาหยวน ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 32 รายเท่ากัน เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า นครนิวไทเปลดลง 8 ราย นครเถาหยวนลดลง 2 ราย ส่วนนครเกาสงจำนวนผู้เสียชีวิตลดลงมากที่สุด 17 ราย ในทางตรงกันข้าม กรุงไทเปมีจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 8 ราย มากที่สุดในบรรดาทุกพื้นที่ สะท้อนให้เห็นว่ายังมีช่องว่างในการยกระดับการส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงานของรัฐบาลท้องถิ่นแต่ละแห่ง
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 3 หรือเทอร์มินอล 3 ท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน (knews.com.tw)
การวิเคราะห์ประเภทของสาเหตุที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุพบว่า ภาคการก่อสร้างยังคงเผชิญความเสี่ยงหลักจากอุบัติเหตุการตกจากที่สูง โดยในปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตมากถึง 70 ราย คิดเป็นร้อยละ 67 ของผู้เสียชีวิตในภาคการก่อสร้างทั้งหมด แม้จะลดลงจากปีก่อน 12 ราย แต่สัดส่วนอุบัติเหตุในโครงการของภาคเอกชนยังคงสูงกว่าร้อยละ 70 ซึ่งจะเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งเสริมความเข้มแข็งต่อไป ส่วนภาคอุตสาหกรรมการผลิต ประเภทอุบัติเหตุที่ทำให้เสียชีวิตมากที่สุดคือการตกจากที่สูงเช่นกัน จำนวน 27 ราย รองลงมาคือการถูกหนีบหรือถูกดึงเข้าเครื่องจักร 10 ราย และอุบัติเหตุจากการถูกชน
กระทรวงแรงงานนอกจากแก้ไขปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแล้ว ยังเสนอแผนปฏิบัติการเสริมสร้างการลดอุบัติเหตุในสถานที่ทำงานควบคู่กันไปด้วย (ภาพจาก knews.com.tw)
กรมความปลอดภัยและอาชีวอนามัยชี้แจงว่า สถิติที่ประกาศเป็นข้อมูลจากกรณีที่หน่วยงานตรวจแรงงานได้รับแจ้งเหตุแล้วส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและจัดทำรายงาน โดยบางกรณียังอยู่ระหว่างการผ่าชันสูตรของอัยการ เพื่อตรวจสอบว่าเป็นอุบัติเหตุจากการทำงานหรือไม่ จึงยังไม่ถูกรวมอยู่ในสถิติ
กระทรวงแรงงานย้ำว่า นอกจากการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแล้ว ยังได้เสนอแผนปฏิบัติการเสริมสร้างการลดอุบัติเหตุในสถานที่ทำงานควบคู่กัน โดยในภาคการก่อสร้าง จะบูรณาการร่วมกับสำนักงานบริหารที่ดินและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย นำประเด็นความปลอดภัยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบและสุ่มตรวจงานก่อสร้าง รวมถึงเสริมสร้างการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นทางผ่านเจ้าของโครงการ และขยายการเปิดเผยข้อมูลอุบัติเหตุร้ายแรงต่อสาธารณชน ส่วนภาคอุตสาหกรรมการผลิต จะใช้แนวทางร่วมมือกับสมาคมและองค์กรวิชาชีพในการเข้าไปให้คำปรึกษาในสถานประกอบการ โดยมุ่งเน้นวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและขนาดเล็ก สนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และพัฒนาเครื่องมือประเมินความเสี่ยงในรูปแบบออนไลน์
ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานได้เผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องผ่านศูนย์เผยแพร่ข้อมูลอุบัติเหตุร้ายแรงและการกระทำผิดกฎหมายด้านความปลอดภัยในการทำงานแล้ว และจะปรับปรุงข้อมูลเป็นรายไตรมาสอย่างสม่ำเสมอ เพื่ออาศัยการตรวจสอบจากสังคมและการระดมทรัพยากร สู่การสร้างระบบคุ้มครองความปลอดภัยในการทำงานที่รัดกุมและครอบคลุมยิ่งขึ้น
2.....
ตอนอื่นในรายการนี้