แรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569

จากรายการ แรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่
0:000:00
ดาวน์โหลดบน App Store (iPhone) ดาวน์โหลดบน Google Play (Android)
รายละเอียดตอน
1. ปี 68 สายด่วน 1955 ให้บริการร้องทุกข์กว่า 1.9 แสนสาย ช่วยทวงคืนค่าจ้างค้างจ่ายกว่า 3,000 ราย แรงงานเวียดนามใช้บริการมากสุด 35.7% แรงงานไทย 3.6% กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานเปิดเผยผลการดำเนินงานของสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ในปี 2568 ที่ผ่านมาว่า ให้บริการทางโทรศัพท์ไปแล้ว 194,185 สาย เทียบกับ 202,747 สายของปี 2567 ลดลงประมาณ 4.3% ในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่หรือ 87% เป็นโทรศัพท์สอบถามข้อมูลและขอคำปรึกษา ซึ่งส่วนใหญ่สอบถามปัญหาการย้ายงาน การให้บริการของล่าม ตามด้วยปัญหาในสัญญาจ้าง อาทิ ค่าที่พักอาหาร การยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดและผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับประเทศเป็นต้น และแรงงานเวียดนามโทรศัพท์ใช้บริการมากที่สุด แรงงานไทยใช้บริการน้อยที่สุด ส่วนคนไต้หวันใช้บริการแจ้งข้อมูลแรงงานผิดกฎหมายเป็นส่วนใหญ่ สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 เป็นสื่อกลางช่วยแก้ปัญหากรณีพิพาทระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมงและตลอดปีโดยไม่เว้นวันหยุด กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานแถลงว่า ขั้นตอนการให้บริการของสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 หลังจากได้รับเรื่องร้องทุกข์แล้ว จะส่งให้กองแรงงานท้องที่ผ่านระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์แบบเรียลไทม์ เพื่อให้กองแรงงานท้องที่ดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาภายในเวลากำหนด นอกจากนี้ ยังประสานกับหน่วยงาน NGO จัดหาบ้านพักฉุกเฉินหรือนำส่งรักษาพยาบาล สำหรับแรงงานที่ได้รับความเดือดร้อนหรือถูกทำร้ายร่างกาย โดยมีล่ามคอยเป็นเพื่อนช่วยแปลภาษาและแก้ไขข้อพิพาทด้วย ทั้งนี้ สายด่วนคุ้มครองแรงงาน ให้บริการทั้งแรงงานต่างชาติ แรงงานท้องถิ่น นายจ้างและบริษัทจัดหางาน โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา มีคนท้องถิ่นโทรศัพท์ใช้บริการประมาณ 31% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการแจ้งข้อมูลหรือเบาะแสแรงงานผิดกฎหมายและการจ้างแรงงานต่างชาติอย่างผิดกฎหมาย ประมาณ 6.6% เป็นการสอบถามข้อระเบียบในการว่าจ้าง ชั่วโมงการทำงานและการบริหารแรงงานต่างชาติจากนายจ้างและบริษัทจัดหางาน สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 มีล่าม 5 ภาษาจำนวน 45 คน คอยให้บริการรับโทรศัพท์จากแรงงานต่างชาติตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันไม่เว้นวันหยุด กรมพัฒนากำลังแรงงานกล่าวว่า สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ให้บริการที่หลากหลายตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากทางโทรศัพท์แล้ว ยังให้บริการสอบถามข้อมูล ให้คำปรึกษา รับเรื่องร้องทุกข์หรือขอความช่วยเหลือผ่านข้อความของกลุ่ม Line@ 1955 แบบเรียลไทม์เป็นภาษาจีน ภาษาไทย เวียดนาม อังกฤษและอินโดนีเซีย บรรยากาศภายในห้องทำงานของสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 กรมพัฒนากำลังแรงงานเปิดเผยข้อมูลพบว่า ตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ให้บริการทางโทรศัพท์ไปแล้ว 194,185 สาย ในจำนวนนี้เป็นโทรศัพท์สอบถามข้อมูลและขอรับคำปรึกษา 169,162 สายหรือประมาณ 87.11% ของโทรศัพท์ที่ใช้บริการทั้งหมด ในส่วนของการร้องทุกข์ทั่วไปจำนวน 23,979 สาย โทรศัพท์ขอรับความช่วยเหลือฉุกเฉิน 1,044 สาย ส่งให้กองแรงงานท้องที่ดำเนินการต่อโดยผ่านระบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบเรียลไทม์ ช่วยแรงงานต่างชาติโอนย้ายนายจ้างได้สำเร็จ 2,541 ราย ทวงคืนค่าจ้างค้างจ่ายและเงินสิทธิประโยชน์อื่น ๆ 3,035 คดี การทำงานของเจ้าหน้าที่ไทยสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 จากการวิเคราะห์ช่วงเวลาที่แรงงานต่างชาติโทรศัพท์ขอรับคำปรึกษาหรือร้องเรียนต่อสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 มากที่สุด หรือ 51.1% โทรศัพท์ในช่วงนอกเวลาทำงาน ซึ่งรวมวันหยุดและกลางคืน สำหรับชาติที่โทรศัพท์ใช้บริการมากสุดได้แก่ เวียดนาม 35.7% ตามด้วยแรงงานอินโดนีเซีย 20.3% ฟิลิปปินส์ 9% ส่วนแรงงานไทยใช้บริการเพียง 3.6% นอกจากแรงงานต่างชาติแล้ว สายด่วน 1955 ยังเปิดให้แรงงานท้องถิ่นใช้บริการด้วย มีชาวไต้หวันโทรศัพท์ใช้บริการ 31% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการแจ้งข้อมูลหรือเบาะแสแรงงานผิดกฎหมายและการจ้างแรงงานต่างชาติอย่างผิดกฎหมาย ส่วนนายจ้างและบริษัทจัดหางาน ที่โทรศัพท์สอบถามกฎระเบียบ ข้อบังคับด้านการบริหารแรงงานต่างชาติมี 6.6% แสดงว่า การให้บริการแบบไม่มีวันหยุดตลอด 24 ชั่วโมง สอดคล้องกับความต้องการของแรงงานต่างชาติและผู้ใช้บริการชาวไต้หวัน คณะเจ้าหน้าที่จากกระทรวงแรงงานของไทยเดินทางมาดูงานที่สายด่วน 1955 กระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวว่า สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 นอกจากเป็นสื่อกลางช่วยแก้ปัญหากรณีพิพาทระหว่างนายจ้างและลูกจ้างแล้ว ยังมีบริการด้านต่าง ๆ อาทิ การรักษาพยาบาล การติดต่อกับหน่วยงานราชการ ปัญหาการทำงานและการใช้ชีวิตในไต้หวัน รวมทั้งเป็นล่ามเคลื่อนที่ทางโทรศัพท์ได้ด้วย ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ที่ชำนาญ 5 ภาษาคอยให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมงและตลอดปีโดยไม่เว้นวันหยุด จากเดิมที่ให้บริการเฉพาะแรงงานต่างชาติ ต่อมาเพิ่มบริการนายจ้าง บริษัทจัดหางาน และแรงงานท้องถิ่นด้วย แต่ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ยังคงเป็นแรงงานต่างชาติ 2. รายงานชี้แรงงานต่างชาติสอบใบขับขี่เพิ่ม 1.5 เท่าในรอบ 5 ปี อุบัติเหตุพุ่งตาม ปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บกว่า 13,000 ราย ผู้เชี่ยวชาญเตือนขาดความรู้กฎหมาย ไม่คุ้นสภาพถนน เสนออุดหนุนอบรมขับขี่และคุ้มครองประกัน นับตั้งแต่มีการผ่อนคลายเกณฑ์การสอบใบอนุญาตขับขี่สำหรับแรงงานต่างชาติในไต้หวัน ส่งผลให้จำนวนผู้เข้าสอบเพิ่มขึ้นกว่า 1.5 เท่าในรอบ 5 ปี ขณะที่สถิติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจรในกลุ่มชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว โดยปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรวมมากกว่า 13,000 ราย ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ระบบการสอบใบขับขี่ของไต้หวัน "สอบง่าย แต่ใช้งานจริงยาก" แรงงานต่างชาติไม่คุ้นเคยกฎหมายและสภาพถนน กลายเป็นความเสี่ยงแฝง จึงเสนอให้นายจ้างสนับสนุนการอบรมขับขี่อย่างเป็นทางการ และบังคับใช้การประกันภัยอย่างจริงจัง เพื่อลดความสูญเสีย ไต้หวันเปิดให้แรงงานต่างชาติสอบใบอนุญาตขับขี่ตั้งแต่ปี พ.ศ.....
ตอนอื่นในรายการนี้

ดูทุกตอน →