ปลดล็อกกับหมอเวช

EP.444 เยียวยาตัวเองเมื่อสงสัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า

จากรายการ ปลดล็อกกับหมอเวช
· 1:20:18 นาที
0:001:20:18
ดาวน์โหลดบน App Store (iPhone) ดาวน์โหลดบน Google Play (Android)
รายละเอียดตอน

ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569 เวลาหนึ่งทุ่ม
สนใจเรียนออนไลน์ แบบดูวิดีโอด้วยตนเอง ดูรายละเอียดที่ www.morprawate.com
สนใจเรียน online workshop ผ่านระบบ Zoom สอบถามที่ LINE @morprawate

วิดีโอนี้เป็นการบรรยายโดยนายแพทย์ประเวช จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่มาให้แนวทางการประเมินและเยียวยาตัวเองเมื่อสงสัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า โดยชี้ให้เห็นว่าโรคซึมเศร้าไม่ได้เกิดจากสารเคมีในสมองผิดปกติเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากปัจจัยเชื่อมโยง 5 กลุ่มใหญ่ ทั้งวิถีชีวิต ความคิด และปมในอดีต ซึ่งเราสามารถเริ่มลงมือปรับปรุงเพื่อฟื้นฟูระบบชีวภาพและจิตใจของตัวเองได้ทันทีโดยไม่ต้องรอพึ่งพาเฉพาะยารักษาโรคอย่างเดียว

ประเด็นสำคัญ

ข้อมูลเชิงลึก
นายแพทย์ประเวชอธิบายโครงสร้างปัจจัยที่นำไปสู่โรคซึมเศร้า และความเชื่อมโยงของระบบจิตใจกับชีวภาพไว้อย่างลึกซึ้ง:

  1. ปัจจัยด้านวิถีชีวิต 5 ประการ:
    การกิน: แนะนำการทานผัก ผลไม้ ถั่ว ธัญพืชหลากชนิด (เป้าหมาย 30 ชนิดต่อสัปดาห์) และอาหารหมัก เช่น โยเกิร์ตสูตรไม่มีน้ำตาล เพื่อลดการอักเสบในร่างกาย และให้ลดละอาหารที่ผ่านกระบวนการสูง (เช่น ขนมถุง อาหารแช่แข็ง) และของหวาน
    การนอน: ส่งผลโดยตรงต่อการควบคุมอารมณ์ และเป็นช่วงเวลาที่สมองใช้เคลียร์ทำความสะอาดตัวเอง
    การออกกำลังกาย: แนะนำระดับปานกลางให้ได้ 150 นาทีต่อสัปดาห์ขึ้นไป และชี้ว่า “การนั่งนาน” เป็นความเสี่ยงสำคัญต่อทั้งสุขภาพกาย สมอง และปัญหารมณ์
    ความเครียดและการคิดวนซ้ำ: การคิดวนเป็นตัวดูดกินพลังงานสมองอย่างมหาศาล
    สายสัมพันธ์: ความเหงา โดดเดี่ยว หรือรู้สึกไม่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม เป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับต้นๆ
  2. ระบบความคิดแบบสามด้านและวงจรพฤติกรรม:
    • การแปลความหมายของเหตุการณ์ในชีวิตส่งผลต่อจิตใจอย่างมาก เช่น หากอกหักแล้วคิดว่า “ฉันไม่ดีพอ” จะเสี่ยงซึมเศร้าสูง แต่หากมองว่า “เราสองคนไม่มีวาสนาต่อกัน” ความเสี่ยงจะลดลงเพราะยอมรับความจริง
    • นิสัยมองตัวเองลบ มองโลกลบ มองอนาคตลบ มักส่งผลให้พฤติกรรมแสดงออกเปลี่ยนไป เช่น แยกตัว หยุดกิจกรรมที่เคยชอบ ส่งผลลบย้อนกลับมากลายเป็นวงจรปิดกั้นตัวเอง
  3. บาดแผลในวัยเด็กและกลไกเหนือพันธุกรรม:
    • ปมค้างใจในวัยเด็ก เช่น พ่อแม่หย่าร้าง ถูกทำร้าย หรือละเลย ส่งผลลึกถึงโครงสร้างสมองส่วนลึก ทำให้ผู้ป่วยบางรายรักษาด้วยวิธีมาตรฐานแล้วไม่หาย พันธุกรรมมีส่วน 20-40% แต่สามารถคลายล็อคได้ด้วยวิทยาศาสตร์ “กลไกเหนือพันธุกรรม” ผ่านการปรับวิถีชีวิตและการเยียวยาปมในอดีต

แนวทางการนำไปปฏิบัติ

  1. ปรับฐานระบบชีวภาพทันที: กินอาหารที่มีประโยชน์ (เน้นผัก ถั่ว อาหารหมัก) นอนเป็นเวลา ออกกำลังกายเป็นประจำ และเลิกนิสัยนั่งแช่อยู่กับที่นานๆ
  2. ฝึกทักษะการพักความคิด: เมื่อรู้ตัวว่าเริ่มคิดลบ คิดวน หรือกังวลในเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ ให้ฝึกมีสติรับรู้สภาวะในร่างกาย ถอยความคิดออกมาและอย่าเพิ่งหลงเชื่อความคิดในหัวทันที
  3. ฝืนทำพฤติกรรมเชิงบวกฝ่าวงจรเศร้า: หากรู้สึกดิ่งจนไม่อยากทำอะไร ไม่อยากออกไปไหน ให้พยายามฝืนทำกิจกรรมเล็กๆ เช่น การขยับร่างกาย หรือการออกกำลังกายคาร์ดิโอ เพื่อดึงสติและพลังงานกลับมา
  4. พกรายชื่อยาประจำตัวไปปรึกษาแพทย์: หากทานยากลุ่มสเตียรอยด์ ยาลดความดันบางชนิด หรือยาคุมกำเนิดอยู่ แล้วพบว่ามีอาการซึมเศร้าร่วมด้วย ให้นำข้อมูลยาไปปรึกษาจิตแพทย์เพื่อประเมินผลกระทบร่วมกัน
  5. มองหาการบำบัดระดับลึก: หากอาการซึมเศร้าเรื้อรังมานาน ทานยาแล้วไม่ดีขึ้น ให้พิจารณาเข้ารับการเยียวยากับนักจิตบำบัดที่เชี่ยวชาญการทำงานกับปมค้างใจส่วนลึก (เช่น โมเดลซาเทียร์)

คำคม/โควตสำคัญ

หัวข้อที่เกี่ยวข้องเพื่อศึกษาเพิ่มเติม

  1. การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม (CBT) และทฤษฎีระบบความคิดสามด้านของ อารอน เบ็ค (Aaron Beck)
  2. โมเดลซาเทียร์ (Satir Model) (แนวคิดภูเขาน้ำแข็งของซาเทียร์ในการวิเคราะห์ระบบจิตใจ)
  3. กลไกเหนือพันธุกรรม (Epigenetics) (กลไกที่สิ่งแวดล้อมส่งผลต่อการแสดงออกของยีน)
  4. แกนความสัมพันธ์ระหว่างลำไส้และสมอง (Gut-Brain Axis) (ความสัมพันธ์ระหว่างระบบทางเดินอาหาร สุขภาพลำไส้ และอารมณ์สมอง)
  5. ประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็ก (ACEs) และผลกระทบต่อพัฒนาการสมองส่วนลึก
ตอนอื่นในรายการนี้

ดูทุกตอน →